ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2511 เวลากลางวัน จำเลยมีอาวุธปืนและกระสุน 6 นัดใช้ยิงได้ไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ แล้วใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงสิบโทเจริญ จรูญฉาย ถึงแก่ความตายด้วยเจตนาฆ่าเหตุเกิดที่ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288และขอให้ริบปืน ปลอกกระสุนและหัวกระสุนของกลาง

จำเลยให้การรับว่ายิงผู้ตายจริงเพราะบันดาลโทสะ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษตามกระทงหนักในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72 จำคุก 1 ปี มีเหตุสมควรจึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้ภายในกำหนด 5 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ของกลางริบ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่ใช่กระทำด้วยบันดาลโทสะพิพากษาแก้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งเป็นกระทงหนักจำคุก 15 ปี

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงเชื่อว่า ผู้ตายคงได้พูดสบประมาทใส่ความจำเลยดังที่จำเลยนำสืบมาจนกลั้นโทสะไว้ไม่ได้ จำเลยจึงได้ยิงเอา การที่จำเลยยิงมากนัดนั้นไม่ใช่เป็นการที่จำเลยมีเจตนาหมายมาดมาล่วงหน้าที่จะฆ่าผู้ตายให้ได้ โดยนัยดังที่ศาลอุทธรณ์มีความเห็นมา แต่เห็นว่าเมื่อจำเลยถูกด่าว่า ถูกใส่ความหาว่าเป็นคนชั่วช้าในทางประเวณีต่อหน้าสามีของตนที่ตนกลัวว่าเขาจะทอดทิ้งตน ทั้งจำเลยก็ห้ามผู้ตายให้หยุดพูดไม่ได้ จึงได้เอาปืนยิงเอาเพราะเกิดโทสะ เมื่อยิงไปนัดแรกแล้วอำนาจโทสะของจำเลยพลุ่งขึ้นมายืนจึงได้ยิงออกไปอีกหลายนัดจนเจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่ายิงกี่นัด ดังนี้ เป็นวิสัยธรรมดาที่บุคคลย่อมจะเป็นไปได้เช่นนั้น การด่าว่าใส่ความของผู้ตายต่อหน้าจำเลยและสามีจำเลยดังนั้นถือได้ว่าเป็นการกดขี่ข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การทำความผิดของจำเลยจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72 ที่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษ และรอการลงโทษจำเลยไว้นั้น เห็นว่าสมควรแล้ว

ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดให้ลงโทษและรอการลงโทษไว้ดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษามาบังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th