ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2523 โจทก์ซื้อที่ดินจากนางเจิม จิระสถิตย์ และนางเขียวหวาน วัชระกาญจน์ 1 แปลงเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 75 4/10 ตารางวา ตั้งอยู่ตำบลในเมืองอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วเข้าครอบครองทำประโยชน์ ต่อมาเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2526 โจทก์ยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดิน จำเลยคัดค้านการขอออกโฉนดที่ดินของโจทก์ และจำเลยได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินดังกล่าวด้วย ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามแผนที่เอกสารท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยไปยื่นคำร้องขอถอนการออกโฉนดที่ดินพิพาทถ้าไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาท เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่นายพุ่มวัชระกาญจน์ ยกให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดจำเลยเมื่อประมาณ 50 ปีมาแล้ว จำเลยได้ยึดถือครอบครองทำประโยชน์โดยมอบหมายให้นางเขียวหวานวัชระกาญจน์ ภรรยาของนายพุ่ม นำเอาที่ดินพิพาทออกให้โจทก์และบุคคลอื่นเช่าอยู่อาศัยตลอดมา หากนางเจิม และนางเขียวหวานขายที่ดินพิพาทให้โจทก์จริง ก็เป็นการคบคิดกันฉ้อฉลเอาที่ดินพิพาททั้งที่รู้ว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์ โจทก์หาได้สิทธิครอบครองไม่ และคดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ก่อนถึงแก่ความตายนายพุ่ม สามีนางเขียวหวานเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท และนายพุ่มได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่วัดจำเลยแล้วโดยให้นางเขียวหวานมีสิทธิเก็บกินตลอดชีวิต และจำเลยก็ได้ครอบครองที่ดินพิพาทแล้ว เช่นคอยระวังแนวเขตเมื่อมีการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่บริเวณข้างเคียงด้านทิศเหนือ สละเนื้อที่ดินตามแนวเขตด้านทิศใต้เป็นส่วนหนึ่งของทางสาธารณะ และให้นางเขียวหวานนำออกให้เช่าหาประโยชน์ตามเจตนาของผู้ยกให้ เป็นต้น ส่วนการที่จำเลยได้ที่ดินพิพาทมาและสละที่ดินพิพาทบางส่วนไปโดยไม่ได้ลงทะเบียนการได้มาและจำหน่ายออกไปจากทะเบียนตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2511) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 นั้น หาได้เป็นเหตุให้จำเลยเสียสิทธิในที่ดินพิพาทที่ได้รับมาไม่ ที่ดินพิพาทได้ตกเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดจำเลยตั้งแต่นายพุ่ม ยกให้และจำเลยรับไว้แล้วเป็นต้นมา นางเขียวหวานเป็นเพียงผู้ครอบครองแทน ส่วนนางเจิมหาได้ครอบครองไม่ แม้ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2523 นางเขียวหวานและนางเจิม จะได้ขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ตามสัญญาซื้อขาย และโจทก์ได้ครอบครองที่ดินพิพาทสืบต่อมาก็ตาม วัดจำเลยก็ยังคงมีสิทธิครอบครองเช่นเดิม เพราะโจทก์ต้องห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 34

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th