ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนสั้นยิงนายประเสริฐ ศรีสงครามผู้เสียหายจำนวน 3 นัด โดยเจตนาฆ่า จำเลยได้ไตร่ตรองไว้ก่อนโดยตระเตรียมอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนดังกล่าว และรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน อุตรดิตถ์ ง-2586 เป็นพาหนะไว้ล่วงหน้าและติดตามหาโอกาสดักยิงฆ่าผู้เสียหายในที่เกิดเหตุ จำเลยลงมือกระทำความผิดและกระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผลเนื่องจากผู้เสียหายรู้ตัวและหลบหลีกทัน กระสุนปืนที่จำเลยยิงจึงถูกผู้เสียหายเพียง 1 นัดที่บริเวณหัวไหล่ขวาและผู้เสียหายได้รับการรักษาจากแพทย์ทันท่วงที ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลยเพียงแต่ได้รับอันตรายแก่กายเจ้าพนักงานจับจำเลยและยึดรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 371, 33, 80, 91 และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 80 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตริบรถจักรยานยนต์ของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาต่อมาว่าโจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยได้วางแผนมาลงมือกระทำผิด ทั้งจำเลยไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้เสียหายมาก่อน จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดโดยมีแผนการนั้น เห็นว่า การที่จำเลยไม่มีสาเหตุกับผู้เสียหายมาก่อนแต่จำเลยขับรถติดตามผู้เสียหายมาและขอยืมแผนที่ระวางจากครั้นผู้เสียหายให้จำเลยตามไปเอาแผนที่ระวางที่บ้านผู้เสียหายจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายถึง 3 นัดทันที ทั้งที่มิได้ทะเลาะวิวาทหรือโต้เถียงกันแต่อย่างใด ดังนี้ ตามพฤติการณ์เชื่อได้ว่าจำเลยได้วางแผนการมาเพื่อฆ่าผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามฟ้องที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยทุกข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

