ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาและเป็นผู้จัดการมรดกของนายพุฒหมวกเพ็ชร์ ผู้ตาย จำเลยซึ่งเป็นบุตรของผู้ตายขัดขวางการจัดการมรดกและเข้าครอบครองที่ดิน ส.ค.1 และบ้านพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดก ขอให้บังคับจำเลยมิให้ขัดขวางการจัดการแบ่งทรัพย์มรดก และให้จำเลยออกจากที่ดินและบ้านพิพาท

จำเลยให้การว่า ผู้ตายยกที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่จำเลยก่อนตายจำเลยครอบครองมาโดยตลอด โจทก์ไม่มีสิทธิตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยขัดขวางโจทก์ในการจัดการแบ่งปันทรัพย์ดังกล่าว

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์พิพาทเป็นของผู้ตายซึ่งมิได้ยกให้แก่จำเลย จึงเป็นมรดกของผู้ตาย แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่าที่จำเลยฎีกาว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นที่สาธารณะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น เห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยซึ่งได้มาโดยผู้ตายยกให้ แต่จำเลยกลับนำสืบว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณะ เช่นนี้ ข้อเท็จจริงที่ว่าที่ดินพิพาทจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่นั้น จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานนอกข้อต่อสู้ในคำให้การและนอกประเด็นพิพาทที่ศาลกำหนดไว้ไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบ ศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยเป็นข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ไม่ได้เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th