ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ว่าจ้างจำเลยผู้เป็นเจ้าของร้านวิทยุโฆษณา ให้ไปทำการโฆษณาหาเสียงในการเลือกตั้งที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยใช้เครื่องวิทยุกระจายเสียงพร้อมด้วยเครื่องทำไฟฟ้าของจำเลย และจำเลยเป็นผู้ควบคุมการใช้เครื่อง จำเลยตกลงรับจ้างโจทก์วางมัดจำ 100 บาท ถึงวันนัดโจทก์ไปรับจำเลย ๆ ให้โจทก์ไปล่วงหน้าและเรียกเงินค่าจ้างอีก 800 บาท โจทก์ชำระเสร็จแล้วจำเลยหาได้ปฏิบัติตามที่โจทก์ว่าจ้างไม่ จึงขอให้คืนเงิน 900 บาท จำเลยให้การว่าความจริงโจทก์เช่าเครื่องขยายเสียงและเครื่องทำไฟฟ้ามีกำหนด 3 วัน ตามเอกสารท้ายฟ้อง โจทก์ตรวจรับสิ่งของที่เช่าจนได้ชำระราคาเสร็จ และว่าจะออกไปหารถบรรทุกแล้วโจทก์ก็ไม่ได้บรรทุกเอาไป จำเลยไม่ได้ผิดนัดและต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิสืบพยานแก้ไขเอกสารเป็นอย่างอื่น ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์สืบไม่สมฟ้องพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาเช่าหรือจ้างทำของหาใช่ข้อสำคัญไม่ ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิดสัญญา
ข้อที่จำเลยคัดค้านว่า ฟ้องโจทก์ว่าโจทก์ได้ว่าจ้างจำเลยให้ไปทำการโฆษณาเพื่อหาเสียงให้นายกัน แต่แล้วนำสืบเป็นเรื่องเช่าเครื่องขยายเสียงไปโฆษณาด้วยตนเอง เป็นการสืบไม่สมฟ้องนั้นกับฟ้องของโจทก์ในตอนต้นจะกล่าวมีนัยไปในทางที่จำเลยว่าก็ดีแต่ฟ้องในตอนกล่าวถึงรายละเอียด โจทก์ได้บรรยายถึงรายละเอียดเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่า โจทก์จำเลยตกลงกันอย่างไร แล้วจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้อย่างใด ข้อคัดค้านของจำเลยย่อมฟังไม่ขึ้นส่วนข้อเท็จจริงนั้นฟังได้ตามพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์ว่าจำเลยผิดสัญญา
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

