ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่เป็นลำรางสาธารณะที่ตื้นเขินและเป็นทางสาธารณประโยชน์เพื่อยึดถือครอบครองเอาเป็นประโยชน์ของตนโดยไม่มีสิทธิครอบครองและไม่ได้รับอนุญาต และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายอำเภอซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ดูแลรักษาทางสาธารณประโยชน์ดังกล่าวโดยไม่ยอมรื้อรั้วที่จำเลยกั้นออกจากลำรางสาธารณประโยชน์ โดยไม่มีข้อแก้ตัวอันสมควร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 368 และให้จำเลย ผู้แทน และบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าว

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9, 108 ทวิ จำคุก 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 368 ปรับ 300 บาท เรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก 6 เดือน ปรับ 3,300 บาทไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลย ผู้แทนและบริวารออกจากที่ดินส่วนที่รุกล้ำ รอการลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 เป็นเวลา 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทำรั้วสังกะสีรุกล้ำเข้าไปในลำรางสาธารณประโยชน์อันเป็นการเข้าไปยึดถือและครอบครองลำรางสาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยสร้างรั้วรุกล้ำลำรางสาธารณประโยชน์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 ต่อมานายใช่อู๋ พยานโจทก์ฟ้องว่าจำเลยสร้างรั้วรุกล้ำสาธารณประโยชน์ดังกล่าว ทำให้ปิดกั้นทางเดิน และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย จำเลยให้การว่าไม่ได้รุกล้ำลำรางสาธารณะ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่ารั้วที่จำเลยสร้างนั้นรุกล้ำลำรางสาธารณประโยชน์ ระหว่างที่คดีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา นายอำเภอกระทุ่มแบนมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนรั้วออกจากลำรางสาธารณประโยชน์ดังกล่าว จำเลยไม่ปฏิบัติตาม แต่ได้ให้ทนายความมีหนังสือชี้แจงต่อนายอำเภอ ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีมีเหตุอันสมควรให้จำเลยเข้าใจว่าตนมิได้สร้างรั้วรุกล้ำลำรางสาธารณประโยชน์ดังที่ถูกกล่าวหาทั้งเมื่อได้ทราบคำสั่งของนายอำเภอแล้ว จำเลยก็มิได้นิ่งเฉย แต่ได้ให้ทนายความมีหนังสือชี้แจงเหตุผลต่อนายอำเภอมีทันที จึงถือได้ว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายอำเภอโดยมีเหตุและข้อแก้ตัวอันสมควร จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 368 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th