ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2534 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยลักเอาสร้อยคอทองคำ 1 เส้น พร้อมพระเครื่องเลี่ยมทองคำ 15 องค์และแหวนทองคำหัวหยก 1 วง ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ทั้งนี้จำเลยใช้ยามีฤทธิ์ทำให้มึนเมาและหลับหมดสติผสมในเครื่องดื่มให้ผู้เสียหายดื่มจนหลับไป เพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ พาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339

จำเลยให้การรับว่าเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปจริง แต่จำเลยมิได้ใช้กำลังประทุษร้ายตามฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง จำคุก 5 ปี จำเลยรับสารภาพว่าลักทรัพย์ เนื่องจากค้นพบทรัพย์ของผู้เสียหายในตัวจำเลยอันเป็นการจำนนต่อหลักฐานไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีจึงไม่ลดโทษให้

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม จำคุก 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าจำเลยมิได้ใส่ยานอนหลับลงในสุราให้ผู้เสียหายทั้งสองดื่มแต่คนทั้งสองดื่มสุราและเบียร์เข้าไปมากประกอบกับร่างกายอ่อนเพลียมาก่อน จึงหลับไปเอง และจำเลยได้กระทำผิดในเวลากลางวันนั้นข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าจำเลยได้ลอบใส่ยานอนหลับผสมลงในสุราให้ผู้เสียหายทั้งสองดื่มจนหลับหมดสติไป เป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสองตกอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วจำเลยได้ลักทรัพย์ของกลางของนายสมบูรณ์ไป ถือได้ว่าเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เป็นความสะดวกแก่การลักทรัพย์และการพาทรัพย์นั้นไปการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์แล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยกระทำผิดในเวลากลางวันนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงเชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิดในเวลากลางคืน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาชิงทรัพย์จึงเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่จิตใจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสามนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มิได้บรรยายว่าการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดในฟ้องด้วย จึงไม่อาจลงโทษจำเลยในการกระทำผิดฐานดังกล่าวได้ ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไข

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสอง จำคุกจำเลย 10 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษลง 1 ใน 3 ตามมาตรา 78จำคุกจำเลย 6 ปี 8 เดือน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th