ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ใช้ทางเดินเข้าออกผ่านที่ดินของจำเลยไปสู่ทางสาธารณะมานานประมาณ ๖๐-๗๐ ปีแล้วไม่มีบุคคลใดหวงห้าม ย่อมถือว่าที่ดินของจำเลยตกเป็นภาวะจำยอม เมื่อวันที่ ๕-๖ กรกฎาคม ๒๔๘๗ จำเลยบังอาจปิดรั้วกันประตูทางเดินนั้นเสียทำให้โจทก์ใช้ทางเดินเข้าออกไม่ได้ ขอให้บังคับให้จำเลยเปิดทางให้โจทก์เดินได้ตามเดิม

จำเลยให้การว่า ภาวะจำยอมไม่มีเหนือที่ดินโฉนดที่ ๖๑๑๙ ของจำเลย ฯลฯ

ศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยเปิดทาง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าโจทก์จะชนะคดีได้ก็ต้องได้ความว่า โจทก์ใช้ทางนี้มาเกิน ๑๐ ปีโดยมิได้อาศัยอำนาจผู้ใด แต่ข้อนี้โจทก์จำเลยยังโต้เถียงกันอยู่ และศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยานเสียจึงเป็นการไม่ชอบ พิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปและพิพากษาใหม่

โจทก์ฎีกาว่า จำเลยรับแล้วว่าโจทก์ใช้ทางนี้มากว่า ๑๐ ปี แล้วโดยไม่ได้อาศัยอำนาจของใคร (อ้างรายงานพิจารณาลงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๔๘๗ ข้อ ๓ และข้อ ๕)

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามรายงานพิจารณาของศาลชั้นต้นดังกล่าวปรากฎข้อโต้เถียงกันว่า ฝ่ายโจทก์อ้างว่าใช้ทางมานานโดยไม่ได้อาศัยอำนาจใคร แต่จำเลยว่า โจทก์ใช้มาในฐานะเป็นญาติกันและทางเคยอยู่ในโฉนดผืนเดียวกันซึ่งโจทก์จำเลยปลูกบ้านอยู่ดังนี้ จะฟังว่าจำเลยรับว่าโจทก์ใช้ทางมานานโดยปรปักษ์ยังไม่ถนัด จึงพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th