ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 364, 365 และนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1462/2541 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 364 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานพยายามฆ่าซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 13 ปี 4 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามวันและเวลาเกิดเหตุในฟ้องนายจิรพันธ์หรือพันธ์ ดำมุณี จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3968/2540 ของศาลชั้นต้นกับกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 15 คน ขับรถจักรยานยนต์หลายคันไปที่บ้านนายนิกรเมืองมี ผู้เสียหายที่ 1 แล้วนายจิรพันธ์กับวัยรุ่นอีก 2 คน เข้าไปในบริเวณบ้านของผู้เสียหายที่ 1 ช่วยกันฉุดลากตัวนายสรพงษ์ เมืองมี บุตรผู้เสียหายที่ 1 จะพาออกไปนอกรั้วบ้าน แต่นายสรพงษ์สะบัดหลุดแล้ววิ่งไปหยิบอาวุธปืนมาให้ผู้เสียหายที่ 1 กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดจึงขับรถจักรยานยนต์ออกไปโดยขว้างลูกระเบิดมาที่รั้วบ้านผู้เสียหายที่ 1 สะเก็ดระเบิดถูกนายประเสริฐขวัญทองอินทร์ ผู้เสียหายที่ 2 บริเวณหลังและขาข้างซ้าย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายแก่กาย ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์เอกสารหมาย จ.6

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3968/2540 ของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวกับคดีนี้ ศาลฎีกาได้พิพากษาลงโทษนายจิรพันธ์ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2542 โดยวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยศาลควรฟังข้อเท็จจริงคดีนี้ไปในทางเดียวกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2542 นั้น เห็นว่า การพิพากษาคดีอาญาหาได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้ศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาคดีอื่น แม้ศาลจะพิพากษาลงโทษนายจิรพันธ์ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วมกับจำเลยและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม โจทก์จะอ้างข้อเท็จจริงในคดีที่นายจิรพันธ์เป็นจำเลยมาให้ศาลรับฟังลงโทษจำเลยคดีนี้หาได้ไม่ เพราะในคดีอาญาศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาและสืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย โจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริง จึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />