ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดโทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 4 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่และรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน คนธ สงขลา 555 ของกลาง โดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 10 นาฬิกา ร้อยตำรวจโทสัณห์พิชญ์กับพวกจับกุมนายชาติชายหรือแอ๊ะ และนางสาวพนารัตน์หรือกุ้ง ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 19 เม็ด ต่อมาร้อยตำรวจโทสัณห์พิชญ์ให้นายชาติชายโทรศัพท์ไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน 20 เม็ด จากจำเลยในราคา 6,000 บาท นัดส่งมอบบริเวณถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ หลังสนามกีฬากลางจิระนคร ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต่อมาเวลาเกิดเหตุจำเลยขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน คนธ สงขลา 555 ของกลางมายังบริเวณที่เกิดเหตุ ร้อยตำรวจโทสัณห์พิชญ์กับพวกจึงจับกุมจำเลยและค้นพบเมทแอมเฟตามีน 20 เม็ด กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางอยู่ในกระเป๋ากางเกงของจำเลย โดยไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายที่รถจักรยานยนต์ของกลาง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า โทรศัพท์เคลื่อนที่และรถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษซึ่งต้องริบหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายชาติชายโทรศัพท์ติดต่อขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยโดยนัดส่งมอบบริเวณที่เกิดเหตุ ต่อมาจำเลยนำเมทแอมเฟตามีนของกลางมายังบริเวณที่เกิดเหตุและเจ้าพนักงานตำรวจยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางได้ที่ตัวจำเลย ดังนี้ โทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางจึงเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยตรง อันพึงต้องริบตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลาง ทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยนำรถจักรยานยนต์ของกลางมาใช้เป็นยานพาหนะสำหรับการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามที่โจทก์ฟ้องอย่างไร และเจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้ค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่รถจักรยานยนต์ของกลาง ดังนี้ รถจักรยานยนต์ของกลางจึงเป็นเพียงยานพาหนะที่จำเลยใช้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ไม่ใช่เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 และไม่ใช่ทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 (2) จึงยังไม่อาจริบได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่และรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยบางส่วน ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6125/2554

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th