ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจัดการแบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์ทั้งสามคิดเป็นเงินคนละ 1,750,111 บาท หากตกลงกันไม่ได้ให้ประมูลหรือขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งสาม

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า ที่ดินตามฟ้องจำนวน 28 แปลง เป็นส่วนแบ่งของจำเลยในฐานะภริยามิใช่ทรัพย์มรดก ทรัพย์มรดกมีไม่เกิน 3,000,000 บาท ซึ่งจำเลยจัดการแบ่งหมดสิ้นแล้ว และโจทก์ทั้งสามได้รับส่วนแบ่งแล้ว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะฟ้องเกินกำหนด 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย หรือเมื่อโจทก์ทั้งสามรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจัดการแบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์ทั้งสามคนละ 361,111.10 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความให้ 20,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท

จำเลยฎีกา

ระหว่างพิจารณา จำเลยถึงแก่กรรม นายปาน แดงวิไล ทายาทของจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นที่ยุติว่า นายเอื้อน แก้วสังข์ไชย เจ้ามรดกมีภริยาสองคน คนแรกชื่อนางศรีนวล มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ นางวารินและนายวิรุฬต่อมานายเอื้อนกับนางศรีนวลเลิกร้างกันไป บุตรทั้งสองเป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายเอื้อนบิดาได้รับรองแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 ต่อมานายเอื้อนจึงได้มาจดทะเบียนสมรสกับจำเลย ระหว่างอยู่กินกับจำเลยไม่มีบุตรด้วยกัน โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายวิรุฬ เมื่อปี 2523 นายวิรุฬถึงแก่ความตาย ต่อมาปี 2526 นายเอื้อนถึงแก่ความตาย จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเอื้อนได้ดำเนินการจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินพิพาทไปแล้วหลายแปลง มีทั้งที่โอนให้แก่ลูกค้าที่ชำระราคาหมดแล้ว และโอนแบ่งมรดกให้แก่ทายาทของนายเอื้อนบางคน รวมทั้งที่โอนให้แก่ตนเองเป็นการส่วนตัวในฐานะที่เป็นภริยาจำนวน 28 แปลง คงมีที่ดินมรดกของนายเอื้อนเหลืออยู่เพียง 3 แปลงเท่านั้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสามขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสามฟ้องเรียกทรัพย์มรดก มิใช่ฟ้องให้จำเลยรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้กระทำไปในฐานะผู้จัดการมรดก จึงเป็นคดีมรดกไม่ใช่คดีจัดการมรดกดังที่ศาลล่างวินิจฉัย แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่ายังมีที่ดินที่เป็นทรัพย์มรดกอีกจำนวน 3 แปลง ที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกยังไม่ได้จัดการแบ่งให้แก่ทายาทแสดงว่าการจัดการมรดกยังไม่สิ้นสุดลงอยู่ระหว่างจัดการ เมื่อจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกจึงเป็นผู้แทนของทายาททั้งปวง โดยนำลักษณะตัวการตัวแทนมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1720 การที่จำเลยครอบครองทรัพย์มรดกในระหว่างจัดการมรดกถือได้ว่าเป็นการครอบครองแทนทายาทตามมาตรา 1745 ประกอบมาตรา 1368 โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทจึงชอบที่จะฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกจากจำเลยได้แม้จะล่วงพ้นกำหนดอายุความตามมาตรา 1754 แล้วก็ดี ทั้งนี้ตามมาตรา 1748 คดีโจทก์ทั้งสามจึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />