ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ค้ำประกันและจำนองพร้อมด้วยดอกเบี้ยต่อมาโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยทั้งสองจะร่วมกันผ่อนชำระหนี้จำนวน 11,969,603.72 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่โจทก์เป็นงวด ๆศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด แต่จำเลยทั้งสองผิดนัดโจทก์จึงบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดหลายครั้ง ซึ่งก็ต้องเลื่อนมาโดยจำเลยยังคงคัดค้านว่า ผู้สู้ราคาให้ราคาต่ำไป จนกระทั่งวันที่ 12 ตุลาคม 2535ซึ่งเป็นการขายทอดตลาดครั้งที่ 21 โจทก์เป็นผู้สู้ราคาสูงสุดเป็นเงิน 5,000,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณามีคำสั่ง

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า ราคาที่ผู้สู้ราคาให้ราคาสูงสุดนั้นยังต่ำกว่าราคาตามความเป็นจริงมาก ขอให้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขาย

โจทก์ยื่นคำแถลงว่า การขายทอดตลาดที่ผ่านมารวม 20 ครั้งจำเลยคัดค้านมาโดยตลอด ครั้งนี้เป็นการขายทอดตลาดครั้งที่ 21โจทก์ให้ราคาสูงสุดเป็นเงิน 5,000,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานเป็นจำนวนมาก ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ขาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทรัพย์ที่ทอดตลาดแก่โจทก์ผู้สู้ราคาสูงสุด

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณามีคำสั่งและศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดนั้นเป็นวิธีการขายทอดตลาดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดี หากจำเลยทั้งสองเห็นว่าการขายทอดตลาดดังกล่าวไม่ชอบและตนเองได้รับความเสียหาย ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลงแต่ต้องไม่ช้ากว่า 8 วันนับแต่ทราบการฝ่าฝืนนั้น ขอให้ศาลมีคำสั่งยกกระบวนวิธีการบังคับคดีทั้งปวง หรือวิธีการบังคับใด ๆ โดยเฉพาะหรือขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการอย่างใด ๆ แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่เห็นสมควรทั้งนี้ตามนัยมาตรา 27 และมาตรา 296 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คดีนี้ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น จำเลยทั้งสองจะใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และยกฎีกาของจำเลยทั้งสองคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลยทั้งสอง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th