ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด และขายทอดตลาดใหม่ ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 3543/2535 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2535 ยืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นให้ยกเลิกการขายทอดตลาดและให้ขายทอดตลาดใหม่ ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 588 และโฉนดเลขที่ 591พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ครั้งสุดท้ายกำหนดขายทอดตลาดในวันที่ 23 มิถุนายน 2540

จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมคดีนี้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2523 และโจทก์ทำการบังคับคดีโดยนำยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 588 และโฉนดเลขที่ 591 และสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2524 เมื่อนับระยะเวลาตั้งแต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้กระทำการยึดทรัพย์จนมีประกาศขายทอดตลาดในวันที่ 23มิถุนายน 2540 เป็นระยะเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว โจทก์หมดสิทธิจะบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสาม กำหนดระยะเวลาบังคับคดีให้เสร็จสิ้นภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษามิใช่เป็นกำหนดอายุความตามกฎหมาย การที่ศาลฎีกาพิพากษาเพิกถอนการขายทอดตลาดมิใช่เป็นกรณีที่อายุความสะดุดหยุดลง การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้เพิกถอนการบังคับคดีและคืนทรัพย์สินที่ยึดแก่จำเลยที่ 3

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีไว้ ยังไม่มีเหตุที่จะต้องเพิกถอนการบังคับคดี ยกคำร้อง

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 ฎีกาข้อเดียวว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ดำเนินการบังคับคดีให้เสร็จภายใน10 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา โจทก์จึงหมดสิทธิบังคับคดีกับจำเลยที่ 3 ต่อไป ปรากฏว่าข้อเท็จจริงฟังได้ตามท้องสำนวนว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 4 ธันวาคม 2523 โจทก์ได้ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2524หลังจากนั้น ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำเลยที่ 3และต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำทรัพย์ดังกล่าวออกขายทอดตลาดนัดแรกวันที่ 16 มิถุนายน 2525 และนัดสุดท้ายขายทอดตลาดได้ในวันที่ 29 สิงหาคม 2529 โดยนายสุวิทย์ แก้วศักดาเป็นผู้ซื้อได้ แต่จำเลยที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและขายทอดตลาดใหม่ ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและขายทอดตลาดใหม่ เห็นว่าตามข้อเท็จจริงข้างต้นโจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แล้ว คดีนี้มีปัญหาเฉพาะขั้นตอนการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยเฉพาะไม่เกี่ยวกับโจทก์หรือผู้แทนโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 3ร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและขายทอดตลาดใหม่ และศาลฎีกาเห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดไปโดยไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบคำสั่งของศาลที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดและวันขายทอดตลาด จึงพิพากษาให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและขายทอดตลาดใหม่ ซึ่งศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2536 แม้จะเกิน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ไม่กระทบถึงสิทธิของโจทก์ที่จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการขายทอดตลาดใหม่ตามคำพิพากษาศาลฎีกา

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th