ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน302,380 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าอาคารเลขที่ 127จำเลยที่ 4 ไม่ได้เป็นผู้ครอบครอง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 302,380 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อธงเกิดเหตุติดอยู่ที่อาคารซึ่งจำเลยที่ 1 ครอบครอง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้อยู่ในโรงเรือนจำต้องรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดจากของตกหล่นจากโรงเรือนที่จำเลยที่ 1 ครอบครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 436

ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาต่อมาว่า จำเลยที่ 1 เช่าพื้นที่บางส่วนของพื้นที่ชั้นใต้ดิน ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 3 และชั้นที่ 7 ภายในอาคารเลขที่ 127 ถนนราชดำริ กรุงเทพมหานคร เพื่อประกอบการค้าขายสินค้าหัตถกรรมไทยจากบริษัทยู.เค.เมเนจเมนต์ จำกัด มิใช่เพื่อการอยู่อาศัย พนักงานของจำเลยที่ 1 จะมาทำงานเฉพาะเวลากลางวันกลางคืนปิดอาคารไว้ตามสัญญาเช่าสถานที่และสัญญาบริการเอกสารหมาย ล.3และ ล.2 บริษัทยู.เค.เมเนจเมนต์ จำกัด ผู้ให้เช่าเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยและทรัพย์สินส่วนกลางทั้งหมด จำเลยที่ 1 เป็นเพียงผู้เช่ารายหนึ่งในบรรดาเช่าทั้งหลายของบริษัทดังกล่าว บริษัทผู้ให้เช่ามีอำนาจในการจัดการโรงเรือนหรืออาคารเลขที่ 127ดังจะเห็นได้จากสัญญาบริการเอกสารหมาย ล.2 ซึ่งระบุว่าบริษัทยู.เค.เมเนจเมนต์ จำกัด ในฐานะผู้ให้เช่าและผู้ให้บริการมีอำนาจในการให้บริการด้านความปลอดภัย ซ่อมแซม บำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินส่วนกลางตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ จำเลยที่ 1จึงไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่าแม้สัญญาเช่าและสัญญาบริการระหว่างบริษัทยู.เค.เมเนจเมนต์ จำกัด กับจำเลยที่ 1 ผู้เช่าและผู้รับบริการจะระบุให้บริษัทผู้ให้เช่าอาคารเลขที่ 127 และผู้ให้บริการเป็นผู้ดูแลและให้บริการด้านความปลอดภัย ซ่อมแซมบำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินส่วนกลางตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าซึ่งเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ชั้นใต้ดิน ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 3 และชั้นที่ 7 ภายในอาคารเลขที่ 127 และเป็นผู้ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในพื้นที่อาคารที่เช่า บริษัทผู้ให้เช่าและผู้ให้บริการดังกล่าวหาใช่ผู้ครอบครองซึ่งได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าไม่ จำเลยที่ 1 ผู้เช่าอาคารเลขที่ 127 ดังกล่าวไม่ว่าจะเช่าเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อประกอบการค้าขายสินค้าก็ถือได้ว่าเป็นบุคคลผู้อยู่ในโรงเรือน ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 436 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าธงขนาดใหญ่ที่ถูกแรงลมพัดจนหลุดและปลิวไปถูกสายไฟฟ้าจนขาดตกลงมาถูกตัวโจทก์จนได้รับอันตรายแก่กายเป็นธงที่ติดอยู่ที่อาคารซึ่งจำเลยที่ 1 ครอบครอง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลผู้อยู่ในโรงเรือนจึงต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดแต่ธงนั้นหล่นจากอาคารดังกล่าว

จำเลยที่ 1 ฎีกาต่อไปว่า ใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองแพทย์และใบแจ้งรายละเอียดของการจ่ายค่าตอบแทนเอกสารหมาย จ.13 จ.14 จ.15 และ จ.17 ไม่ใช่ต้นฉบับเอกสารและเป็นภาษาต่างประเทศ คำแปลเป็นภาษาไทยไม่มีการรับรอง ไม่ได้ผ่านขั้นตอนการรับรองจากสถานทูตไทยไม่มีโนตารีปับลิกรับรองตามกฎหมาย ฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้รูปถ่ายหมาย จ.7 จ.9 และ จ.10 ไม่พอที่จะเป็นหลักฐานให้กำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เต็มตามที่โจทก์ขอ เห็นว่า โจทก์เบิกความตอบทนายโจทก์ถามติงว่า ต้นฉบับเอกสารดังกล่าวซึ่งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น โจทก์จำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐานในการเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์ไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) ศาลย่อมอนุญาตให้นำสำเนามาสืบได้ สำเนาเอกสารดังกล่าวจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า เอกสารดังกล่าวไม่มีการรับรองว่าคำแปลเป็นภาษาไทยที่ถูกต้องนั้น เห็นว่า ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติว่า ถ้าต้นฉบับเอกสารหรือแผ่นกระดาษไม่ว่าอย่างใด ๆ ที่ส่งต่อศาลได้ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศให้ศาลสั่งคู่ความฝ่ายที่ส่งให้ทำคำแปลทั้งฉบับหรือเฉพาะแต่ส่วนสำคัญโดยมีคำรับรองมายื่นเพื่อแนบไว้กับต้นฉบับนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการแปลภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยให้ถูกต้องตรงกับต้นฉบับเท่านั้นหากจำเลยที่ 1 เห็นว่าคำแปลไม่ถูกต้องก็ชอบที่จะคัดค้านได้ แต่ตามคำแถลงคัดค้านของจำเลยที่ 1 ลงวันที่ 11เมษายน 2538 ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 คัดค้านว่าคำแปลเอกสารภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาไทยนั้นไม่ถูกต้องตรงกับภาษาญี่ปุ่นอย่างไรฉะนั้น ศาลจึงรับฟังเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานได้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th