ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่า ก.กู้เงินโจทก์ไป ๘๐๐ บาทภรรยา ม. จำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน โดย ม.ได้รู้เห็นยินยอม เมื่อ ก.ผิดนัดโจทก์ไปทวงถาม ม. ยังรับรอง

ศาลมณฑลพายัพพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง ถ้าจำเลยที่ ๑ ใช้ไม่ได้ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ใช้แทน

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ ๓ เป็นบุคคลนอกไม่ใช่คู่สัญญา ถึงแม้จะรู้เห็นยินยอมให้ภรรยาค้ำประกันก็ดีตามป.พ.พ.ม. ม.๔๑ ตอน ๓ บัญญัติว่า หญิงมีสามีจะทำการผูกพันสินบริคณห์ได้แต่ฉะเพาะเพียงเท่าที่เป็นส่วนของตนเท่านั้น จึงไม่เป็นการผูกพันสินบริคณห์ของขาย จำเลยที่ ๓ ไม่ต้องรับผิด ส่วนดอกเบี้ยศาลเดิมไม่ได้อัตราไว้จึงบังคับเพิ่มให้คิดดอกเบี้ยชั่งละบาท นอกนั้นยืน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าป.พ.พ.ม. ๓๘ หญิงมีสามีหาอาจทำการผูกพันสินบริคณห์ของสามีได้ไม่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสามี เมื่อจำเลยที่ ๓ ผู้เป็นสามีอนุญาตแล้วก็ต้องรับผิดชอบผูกพันถึงสินบริคณห์แม้จะไม่ใช่คู่สัญญาก็ดี ส่วนมาตรา ๔๑ วรรค ๓ นั้นใช้บังคับฉะเพาะในกรณีที่หญิงมีสามีได้รับอนุญาตให้ทำการค้าขาย ถ้าหญิงมีสามีได้รับอนุญาตให้ทำการค้าขาย ถ้าหญิงมีสามีทำ หนี้ขึ้นในกิจการค้าขายดังวรรค ๑-๒ เจ้าหนี้ยึดได้แต่สินบริคณห์ฉะเพาะที่เป็นส่วนของหญิง มาตรา ๔๑ ตอน ๓ จึงเป็นเรื่องหญิงมีสามีทำการค้าขายเท่านั้น ตามฎีกาที่ ๓๓๘/๒๔++ ส่วนมาตรา ๓๘ เป็นหลักทั้วไป จึงพิพากษายืนตามศาลเดิม

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th