ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายหลายทีโดยมีเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา295, 83 ลงโทษจำคุก 1 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยเพียงเข้าร่วมชกต่อยผู้เสียหาย ไม่มีเจตนาร่วมฆ่าผู้เสียหายพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 83 จำคุก1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ดังนั้นข้อหาฐานพยายามฆ่าผู้อื่นจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามมาตรา 220 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นอันว่าข้อหาดังกล่าวยุติปัญหาจะต้องวินิจฉัยชั้นนี้มีเพียงว่าจำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายตามฎีกาของโจทก์หรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า ขณะเกิดเหตุนายเมฆจับคอเสื้อผู้เสียหายแล้วต่อยผู้เสียหาย นายจเรชักเหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหาย หลังจากนั้นจำเลยจึงขับรถยนต์มาจอดและตรงเข้ามาชกต่อยผู้เสียหายด้วย เมื่อมีคนมาห้าม จำเลบกับพวกก็วิ่งหนีไป ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยร่วมคบคิดกับนายเมฆและนายจเรใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายมาตั้งแต่ต้น จำเลยได้กระทำแต่ลำพังตนเอง โดยใช้กำลังทำร้ายผู้เสียหายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 เพราะไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายมีบาดแผลจากการชกต่อยแต่อย่างใด ซึ่งโจทก์หาได้บรรยายฟ้องถึงการกระทำดังกล่าวของจำเลยแต่อย่างใดไม่ จึงลงโทษจำเลยฐานใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายมิได้ ด้วยมิใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น'

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th