ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างเบิกค่าทำงานในวันหยุดกับค่าทำงานเกินเวลาทำงานปกติไม่ถูกต้องตามระเบียบ และตั้งกรรมการสอบสวนโจทก์กับแจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยมีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานโดยกล่าวหาว่าทุจริตต่อหน้าที่ หลังจากนั้นพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องโจทก์ การที่จำเลยไล่โจทก์ออกจากงานโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมทำให้โจทก์เสียหายและเสื่องเสียชื่อเสียง ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย โบนัส เงินเดือนจนเกษียณอายุ เงินบำเหน็จค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ย หรือให้จำเลยยกเลิกคำสั่งเลิกจ้างและแต่งตั้งโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนไม่น้อยกว่าที่โจทก์ได้รับในขณะถูกเลิกจ้าง

จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างเพราะโจทก์ทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินตามฟ้องและไม่มีสิทธิขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ก่อนฟ้องโจทก์ไม่ได้ทวงถาม จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ย

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้กระทำการโดยทุจริตและไม่ได้ทำผิดระเบียบข้อบังคับอันเป็นกรณีร้ายแรง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในสภาพการจ้างและอัตราเงินเดือนไม่น้อยกว่าที่โจทก์ได้รับขณะเลิกจ้าง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาว่า ที่ศาลแรงงานกลางไม่ได้กำหนดค่าเสียหายให้โจทก์โดยอ้างว่าชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่าขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือให้ชดใช้เงิน แสดงว่าโจทก์ต้องการขอให้ศาลพิพากษาอย่างใดอยา่งหนึ่งเป็นการพิพากษาไม่ครบตามข้อหาในคำฟ้อง เพราะตามคำฟ้องของโจทก์เป็นการกำหนดให้จำเลยเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง มิใช่ให้ศาลเลือกพิพากษาอย่างใดอย่างหนึ่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 ซึ่งบัญญัติว่า "การพิจารณาคดีในกรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างถ้าศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างลูกจ้างผู้นั้นไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ศาลแรงงานอาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างผู้นั้นเข้าทำงานต่อไป ฯลฯ ถ้าศาลแรงงานเห็นว่าลูกจ้างกับนายจ้างไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ ให้ศาลแรงงานกำหนดจำนวนค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้แทน ฯลฯ" ตามบทบัญญัติดังกล่าวศาลแรงงานกลางจึงมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งให้จำเลยปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควรได้เมื่อศาลแรงงานกลางใช้ดุลพินิจสั่งให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานแล้วก็มีอำนาจสั่งไม่ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้องแก่โจทก์อีกได้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th