ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมิได้รับอนุญาตจากนายสุขให้เข้าไปในเคหะสถาน จำเลยได้บังอาจปีนป่ายเข้าไปบนเคหะสถานของนายสุช แล้วลักเอาสายสร้อยคอทองคำไป ๓ สายกับธนบัตรฉะบับละ ๑ บาท รวมเป็นราคาเงิน ๔๔๑ บาท ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ

จำเลยอุทธรณ์ ขอให้ศาลภาคทัณฑ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่ได้กล่าวว่าสร้อยคอ ๓ สายและธนบัตร ๑ บาทเป็นทรัพย์ของใคร ฟ้องโจทก์ไม่พอให้จำเลยเข้าใจได้ดีว่าจำเลยลักทรัพย์ของใคร แม้จำเลยจะรับสารภาพก็ลงโทษไม่ได้ พิพากษากลับยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์ว่าจำเลยได้ปีนขึ้นไปบนเคหะสถานของนายสุขโดยมิได้รับอนุญาตจากนายสุขแล้วลักเอาทรัพย์ไป คำว่า "ลัก" ย่อมหมายได้แล้วว่าเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไป แม้โจทก์จะไม่ได้ระบุโดยตรงออกมาว่าเป็นทรัพย์ของใคร แต่ตามถ้อยคำในฟ้องพอเป็นที่เข้าใจได้ว่าเป็นทรัพย์ของนายสุข ฟ้องโจทก์มีข้อความพอสมควรให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วทั้งจำเลยก็รับสารภาพว่าได้ลักทรัพย์เขาไปจริงดั่งฟ้องพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th