ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางแฉล้มผู้ตายตามคำสั่งศาลแพ่ง นางแฉล้มเป็นภริยาของพลตำรวจตรีเทพย์ซึ่งถึงแก่กรรมแล้ว นางแฉล้มและจำเลยต่างยื่นหนังสือขอรับบำเหน็จตกทอดของพลตำรวจตรีเทพย์ต่อกรมตำรวจ โดยต่างอ้างว่าเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของพลตำรวจตรีเทพย์ กรมตำรวจมีคำสั่งให้จ่ายบำเหน็จตกทอดแก่นางแฉล้ม แต่ต่อมากรมบัญชีกลางได้ระงับการจ่ายบำเหน็จตกทอดแก่นางแฉล้ม นางแฉล้มได้ฟ้องจำเลยขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่างพลตำรวจตรีเทพย์กับจำเลยเป็นโมฆะระหว่างพิจารณาจำเลยแถลงต่อศาลว่า จำเลยขอสละสิทธิไม่ติดใจยุ่งเกี่ยวเรียกร้องเกี่ยวกับบำเหน็จตกทอดหรือเงินใด ๆ และจำเลยจะไปดำเนินการยื่นคำร้องถอนเรื่องขอรับบำเหน็จตกทอดต่อกรมตำรวจภายใน 7 วัน นางแฉล้มจึงถอนฟ้องจำเลย แต่จำเลยไม่ดำเนินการตามข้อตกลงจนกระทั่งนางแฉล้มถึงแก่กรรม การกระทำของจำเลยทำให้นางแฉล้ม และโจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถรับบำเหน็จตกทอดของพลตำรวจตรีเทพย์ได้ ขอให้บังคับจำเลยมีหนังสือแจ้งไปยังกรมตำรวจและกรมบัญชีกลางขอสละสิทธิไม่ติดใจเรียกร้องเกี่ยวกับเงินบำเหน็จหรือเงินตกทอดใด ๆ ที่กรมตำรวจหรือกรมบัญชีกลางจะจ่ายให้แก่ทายาทของพลตำรวจตรีเทพย์ตามข้อตกลงระหว่างนางแฉล้มกับจำเลยเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2531 ให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน12,750 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน120,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าโจทก์จะได้รับเงินจากกรมบัญชีกลาง

จำเลยให้การว่า บำเหน็จตกทอดไม่ใช่ทรัพย์มรดกของนางแฉล้มเพราะนางแฉล้มยังไม่มีสิทธิได้รับ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายเพราะทางราชการปฏิเสธไม่ยอมจ่ายเงินแก่โจทก์เอง ข้อตกลงในคดีที่โจทก์อ้างในฟ้องไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ แม้จำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ไม่ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยมีหนังสือแจ้งไปยังกรมตำรวจเพื่อขอสละสิทธิไม่ติดใจเรียกร้องเกี่ยวกับเงินบำเหน็จตกทอดใด ๆที่กรมตำรวจจะจ่ายให้แก่ทายาทหรือภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของพลตำรวจตรีเทพย์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 120,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 27 ธันวาคม 2532) ไปจนกว่าจำเลยจะยื่นคำร้องขอสละสิทธิรับเงินบำเหน็จตกทอดต่อกรมตำรวจ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา นายจำนงค์ถึงแก่กรรมพันเอกเขมรัฐผู้จัดการของนายจำนงค์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่นายจำนงค์ ศาลฎีกาให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2535นายจำนงค์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2535 ต่อมาวันที่6 กันยายน 2536 พันเอกเขมรัฐผู้จัดการมรดกของนายจำนงค์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่นายจำนงค์ ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ยกคำร้องไปแล้ว ดังนี้ นอกจากพันเอกเขมรัฐแล้วไม่ปรากฏว่าทายาทหรือผู้จัดการมรดกหรือบุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกของนางแฉล้มผู้ตายได้ยื่นคำขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนและจำเลยก็มิได้มีคำขอให้ศาลมีหมายเรียกบุคคลดังกล่าวเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่ความปรากฏแก่ศาลกรณีจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 42 วรรคสอง

ให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th