ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวน 12,509,880 บาทให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ ระหว่างนั้นจำเลยก็หลบหนีออกนอกประเทศเมื่อโจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้ได้ ทั้งยังเป็นหนี้บุคคลอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ขอให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยให้การว่า หนี้ที่จำเลยออกเช็คให้โจทก์จำนวน 12,509,880บาท มิใช่หนี้ส่วนตัวของจำเลย แต่เป็นหนี้ของบริษัทแป้งมันสำปะหลังตะวันออก จำกัด จำเลยไม่ใช่บุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว และไม่มีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลาย จึงมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้มูลหนี้ตามเช็คพิพาทจะเกิดจากการหักทอนบัญชีหนี้สินกันระหว่างโจทก์กับบริษัทแป้งมันสำปะหลังตะวันออก จำกัด ก็ตามแต่เช็คพิพาทเป็นเช็คผู้ถือ เมื่อจำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้โจทก์โดยมิได้ประทับตราของบริษัทแป้งมันสำปะหลังตะวันออก จำกัด ย่อมต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้นเป็นส่วนตัว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900, 918 ประกอบมาตรา 989 ข้อที่ว่า จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อค้ำประกันหนี้ ไม่มีเจตนาสั่งจ่ายเงินให้โจทก์นำไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร นั้น ก็เป็นการนำสืบกล่าวอ้างลอย ๆไม่มีหลักฐานอื่นใดสนับสนุน และหากเป็นจริงดังอ้าง ก็ชอบที่จำเลยจะพึงให้โจทก์ทำหลักฐานไว้ให้ปรากฏถึงการยกเว้นความรับผิดของจำเลยดังกล่าวอ้าง แต่ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำเช่นนั้น ข้อกล่าวอ้างของจำเลยจึงขัดต่อเหตุผล ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้แทนบริษัทแป้งมันสำปะหลังตะวันออก จำกัด ลูกหนี้ของโจทก์ด้วยเช็คฉบับดังกล่าวโดยมิได้ประทับตราบริษัทแป้งมันสำปะหลังตะวันออก จำกัด ตามพฤติการณ์ถือได้ว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้โจทก์ในฐานะส่วนตัวมิใช่ในฐานะตัวแทนบริษัทแป้งมันสำปะหลังตะวันออก จำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 314 และมาตรา 901 เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงต้องรับผิดตามเช็คดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคสาม, 914 ประกอบมาตรา 989 ทั้งไม่ปรากฏว่า จำเลยมีทรัพย์สินอย่างอื่นที่สามารถนำมาชำระหนี้โจทก์ได้ ทรัพย์สินของจำเลยคือบ้านและที่ดินในกรุงเทพฯ ก็ติดจำนองธนาคาร และจำเลยยังเป็นลูกหนี้เจ้าหนี้อื่นอยู่อีกหลายล้านบาท ร้อยตำรวจโทพงษ์เดช พรหมจิตร พยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า เมื่อจำเลยถูกจับกุมและกักขังอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนครราชสีมา จำเลยได้บอกกับนายอนุวัฒน์ฤทัยยานนท์ ว่า ไม่มีเงินชำระให้และยอมติดคุกซึ่งนายอนุวัฒน์ก็มาเบิกความรับรองว่าเป็นความจริง จำเลยจึงเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และไม่มีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดจึงชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th