ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทกลุ่มเกษตรกรมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของสมาชิกจำเลยเป็นสมาชิกของโจทก์ จำเลยได้ซื้อและรับน้ำมันเชื้อเพลิงไปจากโจทก์ จำเลยค้างชำระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงโจทก์คิดเป็นเงิน211,864.90 บาท โจทก์ได้ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงคิดค่าปรับในอัตราร้อยละ 2.5 ต่อเดือนของจำนวนเงินดังกล่าวเป็นเงิน 111,216 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์323,080.90 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 323,080.90 บาทพร้อมค่าปรับในอัตราร้อยละ 2.5 ต่อเดือนของจำนวนเงิน211,864.90 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า จำเลยได้รับน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์คิดเป็นเงินเพียง 100,000 บาท เท่านั้น และจำเลยได้ชำระหนี้บางส่วนไปแล้วหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องนั้นไม่ถูกต้องและโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับในอัตราร้อยละ 2.5 ต่อเดือน โจทก์ฟ้องเรียกราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำเลยซื้อไปเกิน 2 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 211,864.90 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับฎีกาจำเลยในประเด็นแรกที่ว่าจำเลยเป็นหนี้ค่าซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงโจทก์เป็นเงินเท่าใดนั้นศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้มีคำพิพากษาไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยประเด็นนี้ โดยให้เหตุผลว่าจำเลยนำข้อนำสืบที่นอกเหนือจากคำให้การของจำเลยมากล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ เป็นอุทธรณ์ไม่ชอบจำเลยฎีกาโต้แย้งยืนยันว่าจำเลยมิได้เป็นหนี้ค่าซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงโจทก์ตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น โดยมิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ปฏิเสธไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างใด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยประเด็นข้อนี้

สำหรับฎีกาจำเลยในประเด็นที่ว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ตามใบทะเบียนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรและข้อบังคับระบุวัตถุประสงค์ให้สมาชิกกลุ่มดำเนินการร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการประกอบอาชีพประมง รวมทั้งการจัดหาสิ่งของที่สมาชิกต้องการมาจำหน่าย สำหรับบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่สมาชิกกลุ่มจะซื้อสิ่งของที่โจทก์จัดหามาขายให้สมาชิกนั้น ได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่า ต้องซื้อในนามของสมาชิกผู้ให้ความยินยอมวัตถุประสงค์ดังกล่าวจึงมิใช่วัตถุประสงค์ของการค้าหากำไรถือไม่ได้ว่าโจทก์ทำการค้าคำฟ้องโจทก์เรียกเงินค่าสิ่งของที่โจทก์นำมาขายให้สมาชิก จึงไม่ใช่คำฟ้องที่พ่อค้าเรียกเอาค่าส่งมอบสินค้าจากลูกค้า ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) เดิม ที่มีกำหนดอายุความสองปี คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th