ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายเขียน
ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องขอแล้วมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่ใช่ทายาทยังไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องอยู่ในฐานะมีส่วนได้เสีย ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อำแดงซับได้จำนำที่ดินให้แก่นายเขียนเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2458 ต้องบังคับตามประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ. 118 ปรากฏตามสำเนาใบแทนโฉนดที่ดินเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 3 ว่า ยังไม่มีการไถ่ถอนจำนำและที่ดินยังไม่หลุดเป็นสิทธิแก่นายเขียนเนื่องจากยังไม่ปรากฏว่าอำแดงซับยินยอมหรือศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว ดังนั้น ถ้าหากอำแดงซับและนายเขียนยังมีชีวิตอยู่ อำแดงซับย่อมมีสิทธิไถ่ถอนจำนำได้ และนายเขียนก็มีหน้าที่ให้ไถ่ถอนจำนำ เมื่ออำแดงซับและนายเขียนถึงแก่ความตาย สิทธิและหน้าที่ของอำแดงซับและนายเขียนซึ่งถือว่าเป็นมรดกย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และ 1600 ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องเป็นบุตรของนางชมซึ่งเป็นบุตรของอำแดงซับ และนางชม ถึงแก่ความตายไปแล้ว หากเป็นจริงตามคำร้อง ผู้ร้องก็เป็นผู้สืบสันดานของนางชมถือได้ว่าผู้ร้องเป็นทายาทอำแดงซับ ฉะนั้น สิทธิและหน้าที่ของอำแดงซับในการไถ่ถอนจำนำย่อมตกแก่ผู้ร้องด้วย เมื่อตามคำร้องขออ้างว่า กองมรดกของนายเขียนไม่มีทายาท ถ้าเป็นจริงตามคำร้องขอ กองมรดกนายเขียนย่อมตกแก่แผ่นดิน แต่แผ่นดินก็ไม่ใช่ทายาทผู้จำนำก็ไม่สามารถการไถ่ถอนจำนำได้จนกว่าจะกว่าจะได้ตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นและตราบใดยังไม่มีผู้จัดการมรดกผู้จำนำก็ไม่มีทางไถ่ถอนจำนำได้เลย การที่ผู้ร้องจะไถ่ถอนจำนำจากกองมรดกจึงขึ้นอยู่กับการที่กองมรดกมีผู้จัดการมรดกในกรณีนี้จึงต้องถือว่าผู้ร้องซึ่งมีสิทธิไถ่ถอนจำนำเป็นผู้มีส่วนได้เสียและมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713
พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอของผู้ร้องแล้วมีคำสั่งตามรูปคดีต่อไป
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


