ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้ด้ามปืนตีทำร้ายร่างกายพลทหารสำราญ นายศักดิ์ชาย เป็นเหตุให้บุคคลทั้งสองได้รับอันตรายแก่กายและใช้กำลังชกต่อยนายไสว ไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กาย กับจำเลยมีอาวุธปืนพกสั้นพร้อมกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนดังกล่าวไปในที่สาธารณะ จัดให้มีการรื่นเริงฉลองงานบวชโดยไม่ได้ใบรับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวไป และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และจำเลยได้ยิงปืนที่บริเวณหมู่บ้านและที่ชุมนุมชน 1 นัด โดยไม่มีเหตุอันสมควร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 371, 376, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 จำคุก 1 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามมาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือนข้อหาอื่นให้ยก

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371ลงโทษตามมาตรา 7, 72 จำคุก 1 ปี ลงโทษตามมาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 6 เดือน รวมกับโทษฐานทำร้ายร่างกายเป็นจำคุก 1 ปี15 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกามีว่า จำเลยกระทำผิดฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามฟ้องหรือไม่ และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาตีทำร้ายพลทหาร สำราญและนายศักดิ์ชายแม้จะไม่ได้อาวุธปืนที่จำเลยใช้ตีผู้เสียหายมาเป็นของกลางก็ตาม แต่จำเลยก็ให้การในชั้นสอบสวนรับว่าจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ซึ่งเจือสมคำฟ้องของโจทก์ ทั้งพยานโจทก์ที่นำสืบก็ฟังได้ว่า จำเลยได้ใช้อาวุธปืนที่ติดตัวไปตีทำร้ายผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย จึงลงโทษจำเลยในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในฟ้องโจทก์มิได้ระบุว่อาวุธปืนที่จำเลยมีและพาไปเป็นอาวุธปืนที่ไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีตามกฎหมาย และโจทก์ก็นำสืบไม่ได้ว่าเป็นอาวุธปืนที่มิได้รับใบอนุญาตให้มีตามกฎหมายหรือไม่ จึงต้องฟังให้เป็นคุณแก่จำเลยว่า อาวุธปืนที่จำเลยมีเป็นอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคสาม เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงไม่ชัดเจน ศาลฎีกาเห็นสมควรระบุวรรคเสียด้วย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th