ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 15043 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 เพื่อขายทอดตลาด เจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาที่ดินรวมสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน 1,892,000 บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ที่ดินพิพาทรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างเป็นของผู้ร้องแต่ใส่ชื่อจำเลยที่ 2 ผู้เป็นน้องสาวไว้แทนจำเลยที่ 2 นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจำนองโดยผู้ร้องไม่ทราบขอให้สั่งหรือพิพากษาว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง และให้โจทก์เป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมถอนการยึดโดยผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลในการยื่นคำร้องขอดังกล่าวอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์เป็นเงิน 200 บาท

ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาไว้ โดยให้เสียภายใน 7 วันแล้วจึงจะพิจารณาสั่งคำร้องขอ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินพิพาทรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ ขอให้ศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องขอศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรณีเป็นการร้องขัดทรัพย์ซึ่งถือเป็นการฟ้องคดี จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ คำร้องขอของผู้ร้องยังไม่อาจฟังได้ว่าที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นของผู้ร้องอันจะมีผลให้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาที่ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของทรัพย์พิพาท จึงไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คำร้องขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ของผู้ร้องหรือที่เรียกว่าคำร้องขัดทรัพย์นี้ถือเป็นคำฟ้องตามบทวิเคราะห์ศัพท์ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1(3) เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอหรือคำร้องขัดทรัพย์ดังกล่าวก็เท่ากับได้ยื่นคำฟ้องต่อศาล อันมีผลทำให้คดีร้องขัดทรัพย์เป็นคดีที่อยู่ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 173 วรรคสอง โดยไม่ต้องให้ศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องขอเสียก่อนดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มอย่างคดีมีทุนทรัพย์ แล้วจึงจะพิจารณาสั่งคำร้องขอของผู้ร้องนั้น จึงเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ซึ่งต้องห้ามมิให้ผู้ร้องอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งดังกล่าวในระหว่างพิจารณา ผู้ร้องจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นโดยเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มอย่างคดีมีทุนทรัพย์ และโต้แย้งไว้เพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกา อย่างไรก็ดีแม้คู่ความมิได้อุทธรณ์ฎีกาในข้อที่เกี่ยวกับค่าขึ้นศาลนี้ศาลก็มีอำนาจสั่งให้คู่ความเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มในส่วนที่ยังขาดหรือสั่งคืนในส่วนที่เสียเกินได้โดยไม่ต้องให้คู่ความขอ ดังนี้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งในระหว่างพิจารณาของผู้ร้องและศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ให้นั้น จึงเห็นได้ว่าไม่ถูกต้องจำเป็นต้องยกเลิกเพิกถอนและให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง

พิพากษายกอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งในระหว่างพิจารณาของผู้ร้องยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งรับอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งในระหว่างพิจารณาของผู้ร้อง ให้ศาลชั้นต้นกำหนดเวลาให้ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มอย่างคดีมีทุนทรัพย์เสียใหม่แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th