ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 27 หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวชอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นของนางวาส นาคเถื่อนซึ่งเป็นมารดาของโจทก์และจำเลย จำเลยได้รับอนุญาตจากนางวาสให้ปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวนางวาสทำพินัยกรรมยกที่ดินแปลงนี้ให้แก่โจทก์ เมื่อนางวาสถึงแก่ความตายโจทก์ได้ครอบครองที่ดินและเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อฤดูกาลทำนาปีพ.ศ. 2527 จำเลยได้เข้าแย่งทำนาในที่ดินแปลงดังกล่าวของโจทก์เมื่อโจทก์ไปยื่นคำขอหนังสือรับรองการทำประโยชน์ จำเลยก็ได้คัดค้านการกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์ ขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน ส.ค. 1เลขที่ 27 และให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินดังกล่าว

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า นางวาสได้ยกที่ดินแปลงนี้และมอบการครอบครองให้แก่จำเลยเมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้ว นางวาสจึงไม่มีสิทธิทำพินัยกรรมยกที่ดินของจำเลยให้โจทก์ พินัยกรรมปลอมโจทก์ฟ้องเรียกเอาคืนซึ่งที่พิพาทเกิน 1 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยห้ามโจทก์และบริวารเกี่ยวข้ออีกต่อไป

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า นางวาสไม่เคยยกที่พิพาทและมอบการครอบครองให้แก่จำเลย จำเลยเข้ามาปลูกบ้านในฐานะผู้อาศัยนางวาสและโจทก์ พินัยกรรมที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นพินัยกรรมที่แท้จริง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทตาม ส.ค.1 เลขที่ 27 เป็นของจำเลยโดยจำเลยมีสิทธิครอบครอง ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เบิกความว่า จำเลยบุกรุกที่พิพาทในปี พ.ศ.2527 แน่นายแอ๋ว มะนาวหวานสามีของโจทก์เองเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่านางวาสมารดาโจทก์จำเลยถึงแก่ความตายเมื่อปีพ.ศ. 2520 หลังจากนางวาสถึงแก่ความตายไปได้ประมาณ 4-5 เดือนโจทก์นำพินัยกรรมซึ่งนางวาสยกที่พิพาทให้โจทก์มาให้พยานดู ต่อมาอีกประมาณ 2 วัน โจทก์เรียกจำเลยมาแจ้งให้ทราบเรื่องและบอกไม่ให้จำเลยอยู่ในที่พิพาทให้รื้อถอนบ้านออกไป จำเลยไม่ยอมรื้อถอนบ้านออกไป จำเลยไม่ยอมรื้ออ้างว่าจำเลยครอบครองที่ดินแปลงนี้มาคำนายแอ๋วนี้เจือสมกับที่จำเลยนำสืบว่า หลังจากนางวาสถึงแก่ความตายไปได้ประมาณ 5 เดือน โจทก์ได้ไปบอกจำเลยว่านางวาสทำพินัยกรรมยกที่พิพาทให้โจทก์จำเลยโต้แย้งว่านางวาสยกที่ดินให้จำเลยแล้วจำเลยไม่ยอมมอบที่ดินให้โจทก์ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยแย่งการครอบครองที่พิพาทจากโจทก์นับแต่วันนั้น โจทก์เพิ่งฟ้องคดีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2527 เป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 วรรคสอง โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะเรียกเอาคืนการครอบครอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยโดยจำเลยมีสิทธิครอบครองนั้นชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th