ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า ตั้งแต่ปี 2498 นายบุญมาบิดาจำเลยได้บุกรุกเข้ายึดถือครอบครองที่ดินสาธารณสมบัติแผ่นดิน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ราชพัสดุ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย จำเลยซึ่งเป็นทายาทของนายบุญมาก็ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวแทนนายบุญมา เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากไม่สามารถนำที่ดินดังกล่าวไปจัดหาผลประโยชน์ได้ ขอให้บังคับจำเลยพร้อมบริวารออกจากที่ดินราชพัสดุ

จำเลยให้การว่า การขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุของทางราชการเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคำฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 15/2495ของศาลชั้นต้น นายบุญมาได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาตั้งแต่ก่อนพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 ใช้บังคับ และได้แจ้งการครอบครองไว้แล้ว การครอบครองที่ดินพิพาทของนายบุญมาจึงเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยซึ่งเป็นทายาทของนายบุญมาได้ครอบครองที่ดินพิพาทสืบต่อจากนายบุญมา จึงมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 15/2495 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยให้ซึ่งในปัญหาดังกล่าวข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่า เกี่ยวกับที่ดินพิพาทอำเภอวารินชำราบได้เป็นโจทก์ฟ้องนายบุญมา เกษมวัน เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้น ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 15/2495 ว่านายบุญมาได้บุกรุกเข้าครอบครองที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินมีทะเบียนไว้เป็นหลักฐานและทางราชการได้สงวนหวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ในราชการอยู่ในความปกครองดูแลรักษาของอำเภอวารินชำราบโจทก์ โดยจำเลยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทดังกล่าว และนายบุญมาจำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่สาธารณะ คดีถึงที่สุด โดยศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า พยานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ที่ทางราชการหวงห้ามไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ และเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รายละเอียดปรากฏตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 28/2501 ดังนั้น การที่โจทก์ซึ่งมีหน้าที่ปกครองดูแลสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามกฎหมายกลับมาฟ้องจำเลยซึ่งเป็นทายาทผู้ครอบครองที่ดินพิพาทต่อจากนายบุญมาบิดาจำเลยเป็นคดีนี้อีกว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทอันเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินปัจจุบันเป็นที่ราชพัสดุสืบต่อจากนายบุญมาโดยนายบุญมามิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และไม่มีสิทธิตามกฎหมายขอให้บังคับขับไล่ และจำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นของนายบุญมาบิดาจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ขึ้นทะเบียนที่ดินพิพาทเป็นที่ราชพัสดุโดยไม่ชอบเช่นนี้ นอกจากที่ดินพิพาททั้งสองคดีเป็นที่ดินแปลงเดียวกันแล้ว ประเด็นพิพาททั้งสองคดีก็เป็นอย่างเดียวกันว่าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ แม้โจทก์จำเลยคดีนี้มิใช่คู่ความคนเดียวกับโจทก์จำเลยในคดีก่อน แต่โจทก์ในคดีนี้ก็เป็นผู้รับผิดชอบปกครองดูแลที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสืบต่อจากโจทก์ในคดีก่อนส่วนจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทสืบสิทธิต่อจากนายบุญมาบิดาเหตุนี้ย่อมต้องถือว่าโจทก์จำเลยคดีนี้กับคดีก่อนเป็นคู่ความรายเดียวกัน ผลแห่งคำพิพากษาในคดีก่อนที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทฟังไม่ได้ว่าเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินจึงผูกพันคู่ความในคดีนี้มิให้รื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148 ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่15/2495 ของศาลชั้นต้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th