ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคลบริหารงานโดยคณะกรรมการ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๕ คน ไม่มากกว่า ๒๕ คน อยู่ในตำแหน่งคราวละ ๖ ปี มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการครั้งหลังสุดวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๒๕ ผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นประธานคณะกรรมการ คณะกรรมการดังกล่าวได้รับตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๒๘ จะต้องพ้นตำแหน่งในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๐ หลังจากครบกำหนดที่ต้องพ้นตำแหน่งแล้วไม่มีใครได้รับเลือกตั้งและแต่งตั้งเข้ารับตำแหน่ง มูลนิธิดังกล่าวจึงไม่มีคณะกรรมการที่ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๐ อีกทั้งการบริหารงานไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของตราสารจัดตั้งมูลนิธิ ขอให้มีคำสั่ง ตั้งบุคคลตามคำร้องเป็นกรรมการ เพื่อบริหารงานของมูลนิธิต่อไป

ผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า ผู้ร้องและบุคคลที่จะเข้ามาเป็นกรรมการตามคำร้องขาดคุณสมบัติที่จะเป็นกรรมการมูลนิธิผู้คัดค้านได้ดำเนินงานของมูลนิธิตามตราสารจัดตั้งโดยมิได้ทำให้มูลนิธิ เสียหาย ขอให้มีคำสั่งยกคำร้องและแต่งตั้งผู้คัดค้านกับพวกเป็นกรรมการของมูลนิธิ

ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดแถลงร่วมกันว่า คดีตกลงกันได้โดยผู้ร้องและ ผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดจะเสนอรายชื่อกรรมการมูลนิธิต่อศาลคนละ ๒๕ ชื่อ พร้อมทั้งคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นกรรมการ แต่ละคนแล้วใส่ซองปิดผนึกส่งต่อศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมเป็นกรรมการมูลนิธิโดยคู่ความยอมรับว่าบุคคลที่เสนอชื่อมานั้นเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นกรรมการมูลนิธิ คู่ความไม่สืบพยาน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเลือกรายชื่อบุคคลที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านเสนอต่อศาลเป็นกรรมการมูลนิธิรวม ๒๕ คน แต่ไม่มีชื่อผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ระหว่างพิจารณาผู้ร้องถึงแก่กรรม นายมายี๊ด ตะเคียนคาม ทายาทของผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกายกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นคณะกรรมการของมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยอันเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องถึงแก่กรรม คดีจึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๒ (๓)

จึงให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th