ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 4, 7, 27ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343, 91 กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายทั้งหกคนละ 20,000 บาท

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7, 27 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 343, 91 ข้อหาจัดหางานโดยรับค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตลงโทษจำคุก 1 เดือน ข้อหาฉ้อโกงประชาชนลงโทษจำคุก 3 ปี รวมเป็นโทษจำคุก 3 ปี 1 เดือน ให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหายทั้งหกคนละ20,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การหลอกลวงของจำเลยไม่เป็นการหลอกลวงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 หากแต่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หลายกรรมต่างกันตามมาตรา 91 ผู้เสียหายร้องทุกข์เกิน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิดคดีโจทก์จึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ในข้ออื่นของจำเลยต่อไป เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต

ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะข้อหาตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาว่าตามฟ้องจากโจทก์จำเลยได้กระทำความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ว่าจำเลยประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานโดยเรียกและรับค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำการโดยทุจริตหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน โดยจำเลยใช้อุบายหลอกลวงว่าจำเลยสามารถจัดหางานให้ผู้เสียหายและประชาชนไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย อันเป็นความเท็จความจริงจำเลยไม่สามารถจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายและประชาชนผู้ประสงค์จะไปทำงานในประเทศมาเลเซียได้ เช่นนี้แสดงว่าจำเลยไม่ประสงค์ที่จะจัดหางานดังกล่าวอย่างจริงจัง ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะจัดหางานให้แก่พวกผู้เสียหายแต่อย่างใด จำเลยเพียงแต่อ้างการประกอบธุรกิจจัดหางานมาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่าบริการจากผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th