ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 3315 ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง พร้อมกับบ้านเลขที่ 73/1 หมู่ 5 บนที่ดินแปลงดังกล่าวจำเลยทั้งสองอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินดังกล่าวแล้ว ต่อมาโจทก์ประสงค์จะทำประโยชน์ในบ้านและที่ดินจึงมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำบอกกล่าวมิฉะนั้นโจทก์ขอคิดค่าเสียหายวันละ 100 บาท จำเลยทั้งสองได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้ว แต่ยังเพิกเฉย จึงต้องชดใช้ค่าเสียหายนับแต่พ้นกำหนดตามหนังสือบอกกล่าวจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 3 วัน วันละ100 บาท รวมเป็นเงิน 300 บาท ขอให้ศาลพิพากษาและบังคับให้จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านและที่ดินแปลงดังกล่าวภายใน 7 วัน นับแต่วันศาลมีคำพิพากษา และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 300 บาท และต่อไปวันละ 100 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านและที่ดิน

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์จะมีสิทธิครอบครองบ้านเลขที่ 73และที่ดินแปลงดังกล่าวหรือไม่ จำเลยทั้งสองไม่ทราบและไม่รับรองบ้านและที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของนางปี๋ สมพะมิตร เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2518 นางปี๋ได้อนุญาตให้จำเลยทั้งสองปลูกสร้างบ้านลงในที่ดินพิพาท เป็นบ้านเลขที่ 73/1 จำเลยทั้งสองได้สิทธิเหนือพื้นดินจากนางปี๋เป็นเวลา 13 ปีแล้ว และจะอยู่ต่อไปตลอดอายุของจำเลยทั้งสองโจทก์ไม่มีสิทธิมาฟ้องขับไล่ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารออกไปจากบ้านเลขที่ 73/1 หมู่ 5 ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปางซึ่งอยู่บนที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 3315 ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคาจังหวัดลำปาง ภายใน 7 วัน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายวันละ 30 บาท ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะออกไปจากบ้านและที่ดินแปลงดังกล่าว

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 181 แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ควรหยิบยกเรื่องโจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องมาเป็นเหตุยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยนอกประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ชอบนั้น เห็นว่า โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องจากบ้านเลขที่ 73 หมู่ 5 ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปางเป็นบ้านเลขที่ 73/1 หมู่ 5 ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปางเพื่อให้เป็นไปตามคำให้การของจำเลย เมื่อมีการชี้สองสถาน จำเลยไม่มาศาล ศาลนัดสืบพยานจำเลย ถึงวันนัดทนายจำเลยรับสำเนาคำร้องดังกล่าวก็ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด แสดงว่าคู่ความเต็มใจที่จะดำเนินคดีกันตามประเด็นข้อพิพาทที่ศาลได้ชี้สองสถานไว้ไม่ต้องการให้ดำเนินกระบวนพิจารณาล่าช้าเพราะเหตุนี้ ประเด็นเรื่องแก้ไขคำฟ้องจึงยุติแล้ว พิเคราะห์ตามรูปคดีแล้วเห็นว่า เรื่องแก้ไขคำฟ้องแม้ว่าศาลชั้นต้นจะมิได้ส่งสำเนาคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องให้แก่จำเลยทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนกำหนดนัดพิจารณาคำร้องนั้นก็ตาม แต่การขอแก้ไขเลขบ้านตามคำฟ้อง หาใช่การขอแก้ไขคำฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 181 ไม่ศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบที่จะหยิบยกเหตุดังกล่าวมาเป็นเหตุยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ควรจะวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยไปให้สิ้นกระแสความ

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษาคดีใหม่ โดยวินิจฉัยไปตามข้ออุทธรณ์ของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ผู้แพ้คดีในที่สุดเป็นผู้เสียแทนอีกฝ่ายหนึ่ง โดยกำหนดค่าทนายความชั้นนี้ให้ 300 บาท.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th