ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบอาคารห้องเลขที่ 103, 105, ถนนชุมพล ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา สภาพเรียบร้อยแก่โจทก์ โดยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปทันที และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท ทุกเดือน นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะส่งคืนอาคารให้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้ง ขอให้บังคับโจทก์ปฎิบัติตามสัญญาจองอาคารโดยให้โจทก์ดำเนินการทำสัญญาเช่ากับเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราให้เรียบร้อยเพื่อจะได้ทำสัญญาเช่ากับจำเลยทั้งสอง และสัญญาเช่าต้องมีอายุการเช่า 20 ปีนับแต่วันทำสัญญา และให้โจทก์ไปทำการจดทะเบียนการเช่าณ ที่ว่าการอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โดยโจทก์เป็นผู้เสียค่าอากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมเอง

โจทก์ ยื่นคำให้การ แก้ฟ้อง แย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าให้แก่จำเลยทั้งสองมีกำหนด 20 ปี นับแต่วันที่ 9 มีนาคม 2516 โดยให้โจทก์เป็นผู้เสียค่าอากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมในการทำสัญญาเช่าและจดทะเบียน คำขออื่นให้ยก และยกฟ้องโจทก์

โจทก์ อุทธรณ์

จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์แต่ทิ้งอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีสำหรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

จำเลย ทั้ง สอง ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองฎีกาว่า สัญญาเช่าอาคารพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองมีกำหนด 20 ปี จะต้องนับแต่วันทำสัญญาเช่า ไม่ใช่วันทำสัญญาจองอาคารตามที่ศาลล่างทั้งสองได้วินิจฉัยและคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าให้แก่จำเลยทั้งสองมีกำหนด 20 ปีนับแต่วันที่ 9 มีนาคม 2516 อันเป็นวันทำสัญญาจองอาคารจำเลยทั้งสองอุทธรณ์แต่ทิ้งอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีสำหรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ศาลอุทธรณ์ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลฎีกาพิพากษายืน ดังนี้ การทิ้งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นมีผลเสมือนหนึ่งว่าจำเลยทั้งสองมิได้ยื่นอุทธรณ์นั้นเลย คงมีแต่โจทก์ฝ่ายเดียวที่อุทธรณ์ข้ออ้างที่จำเลยทั้งสองฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองจึงเป็นอันยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า ระยะเวลาการเช่าจะเริ่มนับแต่วันทำสัญญาเช่าไม่ได้และคดีในส่วนที่โจทก์อุทธรณ์นั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ฎีกาของจำเลยทั้งสองคดีนี้จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ถึงแม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้ ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสอง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลยทั้งสอง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา ADMIN

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th