ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80, 371, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคแรก, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,72 วรรคสาม จำคุก 1 ปี ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิวรรคแรก, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ซึ่งเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก, 72 ทวิ วรรคสอง ให้จำคุก 1 ปีอีกกระทงหนึ่ง รวมจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานโจทก์มีน้ำหนักฟังได้ว่า จำเลยได้พาอาวุธปืนสั้นติดตัวมาด้วยตรงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นหมู่บ้านคนอยู่อาศัย และเส้นทางที่จำเลยพาอาวุธปืนสั้นเดินมาก็เป็นทางสาธารณะ มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยต่อไปอีกว่า การที่จำเลยพาอาวุธปืนติดตัวไปนั้น จำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกสมบัติ มานะกุล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมเกี่ยวกับทะเบียนอาวุธปืนเป็นพยานเบิกความว่า ได้รับหนังสือสอบถามจากพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทุ่งครุว่า จำเลยเคยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนหรือไม่ พยานได้ตรวจสอบหลักฐานรายชื่อจากคอมพิวเตอร์ผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแล้วไม่พบชื่อจำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแต่อย่างใด จึงได้แจ้งผลการตรวจสอบให้ทราบตามเอกสารหมาย จ.1 และจำเลยเบิกความรับว่า จำเลยไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืน เห็นว่าโจทก์ไม่ได้อาวุธปืนมาเป็นของกลางและโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าอาวุธปืนที่จำเลยพาติดตัวไปนั้นเป็นอาวุธปืนที่ไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ จึงต้องฟังให้เป็นคุณแก่จำเลยว่า อาวุธปืนที่จำเลยพาติดตัวไปนั้น เป็นอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีตามกฎหมาย แต่ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์กำหนดโทษจำเลยในความผิดฐานนี้หนักเกินไป เห็นสมควรวางโทษใหม่ให้เหมาะสม สำหรับข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว จึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสอง ไม่ได้ แต่การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 จึงลงโทษฐานนี้ได้

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 7 และ 72 วรรคสาม ลงโทษจำคุก 6 เดือน และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ปรับ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th