ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานทำให้นักโทษหลบหนีจากการควบคุมโดยความประมาทตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๖๔

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ในระหว่างหยุดพักกลางวันนักโทษแยกกันหยุดพักใต้ร่มไม้เป็นสองพวก ซึ่งมีนายบุญมากจำเลยควบคุมอยู่พวกหนึ่ง และนายเกิดควบคุมอยู่อีกพวกหนึ่งใกล้ ๆกันมองเห็นกันได้ถนัด นักโทษชายสมซึ่งอยู่ไต้ร่วมไม้ตนเดียกวันกับนายบุญมากจำเลยได้หลบหนีไป จึงเป็นความประมาทเลินเล่อของนายบุญมากจำเลย หาเป็นความประมาทของนายเกิดจำเลยด้วยไม่ จึงพิพากษาลงโทษนายบุญมากจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๖๔ ให้จำคุก ๖ เดือน ส่วนนายเกิดยกฟ้องปล่อยตัวไป

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษนายเกิดจำเลยด้วย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์โดยอ้างว่า เรือนจำจ่ายนักโทษจำนวนนี้ให้แก่นายเกิดและนายบุญมากจำเลยควบคุมร่วมกัน ตามข้อบังคับของเรือนจำก็ห้ามมิให้แยกกันตามคำพะยานได้ความว่า นักโทษพักอยู่ใกล้ ๆ กันห่างกันเพียง ๑๑ วาในบริเวณสนามบินซึ่งเป็นที่เตียนมองแลเห็นกันถนัด ถ้าจำเลยใช้ความระมัดระวังก็น่าจะเห็น จะเรียกว่าแยกกันควยคุมไม่ได้ เมื่อเลิกหยุดพักแล้วพวกนักโทษยังพูดขึ้นว่า นักโทษชายสมไปไหน จำเลยทั้งสองก็ไม่ว่ากระไรทำงานต่อไปจนเวลา ๑๕ นาฬิกาจึงพานักโทษกลับเรือนจำและนักโทษชายสมก็ยังไม่กลับดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองแสดงว่ามิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ ซึ่งเป็นเหตุให้นักโทษชานสมหลบหนีไปได้ จำเลยมีความผิดตามโจทก์ฟ้อง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th