ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำการลักทรัพย์และใช้วาจาขู่เข็ญเจ้าทรัพย์เพื่อให้เป็นความสดวกในการที่จำเลยกับพวกจะเอาทรัพย์นั้นไป ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓,๒๔๙,๗๑ และให้คืนหรือใซร้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์

จำเลยปฏิเสธ ส่วนของกลางต่อสู้กรรมสิทธิว่าเป็นของจำเลยแต่ละคนที่จับได้

ศาลชั้นต้นตัดสินว่า จำเลยสมคบกันลักทรัพย์โดยปลอมว่าทำการตามอำนาจอันชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่เป็นผิดฐานชิงทรัพย์ เพราะเป็นแต่ขู่ว่าไม่ให้ถึงโรงศาลจะต้องให้เงินแลซอง ให้จำคุกคนละ ๔ ปีตาม ม.๒๙๓ และใช้ราคาทรัพย์ ๑๔๐ บาท ๓๐ สตางค์แก่เจ้าทรัพย์ด้วย

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายปั่น นายสันติคดีไม่มั่นคงพอจะให้ฟังว่าได้สมคบกับนายเชื้อนายอู๋จำเลย ส่วนนายเชื้อ นายอู๋จำเลยฟังว่าเจ้าทรัพย์ให้เงินแก่นายเชื้อนายอู๋เพราะกลัวจะถูกจับไปฟ้องศาลฐานมีของผิดกฎหมาย ดังนี้จะถือว่าจำเลยบังอาจเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปโดยมิได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ได้ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องปล่อยจำเลยทั้งสี่ไป

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยใช้อุบายขู่เจ้าทรัพย์ว่าของที่เจ้าทรัพย์มีอยู่นั้นผิดกฎหมายจะต้องถูกปรับ ถ้าไม่อยากขึ้นโรงศาลก็ต้องเสียเงินให้แก่จำเลย ฝ่ายเจ้าทรัพย์กลับจะถูกจับไปฟ้องร้องก็ยอมให้ของและเงินแก่จำเลยดังนี้รูปคดีหาใช่โจรลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์ไม่ โดยเจ้าทรัพย์มิได้มอบให้แก่จำเลยเพราะกลัวจะถูกทำร้าย จึงพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th