ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 371, 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก, 72 ทวิ วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว ให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 3 เดือน ฐานยิงปืนในหมู่บ้านโดยใช่เหตุ จำคุก 9 วัน รวมจำคุก 10 ปี 3 เดือน 9 วันจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน และให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 10 เดือน 6 วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สำหรับข้อหาความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในถนนสาธารณะ ในหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุสมควร และข้อหาความผิดฐานยิงปืนโดยใช่เหตุในหมู่บ้านนั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลยฎีกาว่า การที่จำเลยพาอาวุธปืนติดตัวไป และยิงปืนในหมู่บ้านมีเหตุสมควรเพื่อป้องกันเหตุร้าย ไม่ต้องห้ามตามกฎหมายนั้น เห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยที่ว่ามีเหตุสมควรหรือไม่อย่างไรนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา









