ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาด

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อแรกตามฎีกาจำเลยทั้งสองมีว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2ข้อ 4 ระบุให้อำนาจนายอรรณพดำเนินคดีทางศาลแทนโจทก์ได้ทั่วไปในคดีทุกชนิด ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีล้มละลาย เอกสารหมาย จ.2จึงเป็นหนังสือมอบอำนาจทั่วไปแม้โจทก์จะได้มอบอำนาจโดยมิได้ระบุให้ฟ้องผู้ใดเป็นจำเลยและมอบอำนาจไว้นานเพียงใด นายอรรณพก็มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองแทนโจทก์เป็นคดีนี้โดยไม่จำต้องมีหนังสืออนุญาตจากโจทก์ให้ฟ้องจำเลยทั้งสองอีก โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

ปัญหาข้อที่สองตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า ฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงจำนวนหนี้พร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสองค้างชำระโจทก์แจ้งชัดพอที่จำเลยทั้งสองจะเข้าใจแล้ว ส่วนโจทก์จะคิดคำนวณดอกเบี้ยอย่างไร จากยอดเงินใดระยะเวลาเท่าใด เป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาและแสดงหลักฐานต่าง ๆ ประกอบข้อเท็จจริงในฟ้องได้ หาทำให้จำเลยทั้งสองเสียเปรียบในการต่อสู้คดีแต่อย่างใดไม่ ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ไม่เคลือบคลุม

ปัญหาข้อที่สามตามฎีกาของจำเลยทั้งสองซึ่งจะวินิจฉัยรวมกันไปมีว่า หนี้ของจำเลยทั้งสองอาจกำหนดจำนวนได้แน่นอนหรือไม่จำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้วหรือไม่ และมีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยทั้งสองล้มละลายหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองยังติดค้างหนี้โจทก์เฉพาะต้นเงินยังไม่รวมดอกเบี้ยอยู่จำนวน 2,703,000 บาทเศษ แม้จำเลยทั้งสองจะยังโต้เถียงอยู่ว่าโจทก์คำนวณดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง แต่ก็ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ ซึ่งอาจกำหนดจำนวนได้แน่นอนไม่น้อยกว่า 500,000 บาทพยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัว และไม่มีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย

ปัญหาข้อที่สี่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วเป็นการไม่ชอบเห็นว่าโจทก์ขอแก้ไขจำนวนหนี้ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงเมื่อแก้แล้วจำนวนหนี้โดยเฉพาะต้นเงินก็ยังไม่น้อยกว่า 500,000 บาทตามเดิม และในเรื่องนี้ศาลฎีกาก็วินิจฉัยไว้เพียงว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ในต้นเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท โดยมิได้ชี้ชัดในชั้นนี้ว่ายอดหนี้ทั้งหมดที่ถูกต้องเป็นเท่าใด เพราะจะต้องไปว่ากันในชั้นขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อยู่แล้ว ฉะนั้นฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นสาระแก่คดีเพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะอนุญาตให้แก้ไขคำฟ้องหรือไม่ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

ปัญหาข้อสุดท้ายจำเลยทั้งสองฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตัดพยานบุคคลของจำเลยทั้งสองเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเห็นว่า ข้อที่จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่าชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้วนั้น คงมีแต่พยานบุคคลมาสืบเท่านั้นโดยไม่ปรากฏว่าได้อ้างอิงพยานเอกสารแสดงถึงการชำระหนี้ของจำเลยทั้งสองเลย หากจะให้จำเลยทั้งสองนำพยานบุคคลมาสืบอีกในประเด็นที่ว่าชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้วก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยคดีเปลี่ยนแปลงไป ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตัดพยานบุคคลของจำเลยทั้งสองที่จะนำสืบในประเด็นดังกล่าวจึงชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th