ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นภริยาและบุตรของนายจำรัสโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยเป็นเพียงแต่นางบำเรอของนายจำรัสซึ่งตายไปแล้ว และมีมฤดกตามบัญชีท้ายฟ้อง คือเรือนปั้นหยา ๑ หลังซึ่งจำเลยอาศัยอยู่ กับมีทรัพย์หมายเลข ๒ ถึง ๗ ตกอยู่ที่จำเลยขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืน

จำเลยให้การว่าเป็นภริยาของนายจำรัสโดยชอบด้วยกฎหมาย เรือนเป็นของมารดาจำเลย ทรัพย์หมายเลข ๒ ถึง ๗ ผู้ตายไม่เคยนำไปให้รักษา

ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย เรือนที่โจทก์ฟ้องเป็นของจำเลย และทรัพย์หมายเลข ๒ ถึง ๗ โจทก์นำสืบไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ข้อเท็จจริงฉะเพาะเรื่องเรือนโดยฟังว่าเป็นสินสมรสระหว่างนายจำรัสกับจำเลย ควรแบ่งปันกันได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.๑๔๒ (๒) และการแบ่งสินสมรสให้แบ่งตามกฎหมายลักษณะผัวเมียบทที่ ๖๘ ส่วนการแบ่งมฤดกบังคับตาม ป.ม.แพ่ง น ม.๑๖๓๕ (๑) จึงให้แบ่งเรือนเป็น ๓ ส่วน ให้จำเลย ๑ ส่วนเหลืออีก ๒ ส่วนเป็นมฤดกของนายจำรัสแล้วให้แบ่งออกอีกเป็น ๕ ส่วน ให้แก่โจทก์ ๔ คน ๆ ละ ๑ ส่วน จำเลย ๑ ส่วน

จำเลยฎีกาทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกากล่าวว่าจะวินิจฉัยฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ฎีกามาและฟังตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพะยานหลักฐานในสำนวน ข้อกฎหมายที่จำเลยคัดค้านมามี

๑. คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืน ไม่มีประเด็นในทางมฤดกที่ศาลอุทธรณ์ให้แบ่งตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.๑๔๒ (๒) นั้นมิชอบ

๒. ในสำนวนมิได้นำสืบถึงเรื่องสินเดิม จึงไม่ชอบที่จะแบ่งอย่างชายหาบหญิงคอน

๓. ถ้าจะแบ่งทรัพย์รายนี้ควรแบ่งตาม ม.๑๖๓๖ ไม่ใช่ ม.๑๖๓๕ (๑)

ในปัญหาข้อ ๑ เห็นว่าฟ้องได้บรรยายแล้วว่าทรัพย์เป็นมฤดกซึ่งโจทก์ว่าตกได้แก่โจทก์ฝ่ายเดียวเพราะจำเลยไม่+ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อศาลฟังว่าจำเลยเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย+ควรได้รับส่วนแบ่งมฤดก ศาลก็ย่อมแบ่งได้ทีเดียว

ในปัญหาข้อ ๒ แม้คู่ความจะไม่ได้นำสืบถึงเรื่องสินเดิม ศาลอุทธรณ์ให้แบ่งอย่างชายหาบหญิงคอย ก็เท่ากับจำเลยมีสินเดิมกับนายจำรัส จำเลยมิได้กล่าวว่าการแบ่งเช่นนั้น จำเลยเสีย+หรือว่าควรจะแบ่งอย่างไร คำคัดค้านฟังไม่ขึ้น

ในปัญหาข้อ ๓ เห็นว่า ม.๑๖๓๖ บัญญัติในกรณีเจ้ามรดก+ภริยาหลายคน ให้ได้รับมรดกตามลำดับขั้นและส่วนแบ่งดั่งระยะไว้ในมาตรา ๑๖๓๕ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มาบังคับมานั้นเอง ทั้งมาตรา ๑๖๓๖ ยังบัญญัติให้ภริยาน้อยได้รับส่วนแบ่งเพียงกึ่งส่วนของภริยาหลวง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยได้ส่วนแบ่งเท่ากับนางสำเนียงโจทก์นั้นก็เป็นคดีแก่จำเลยอยู่แล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th