ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 162((1)(3) ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี
จำเลยได้บันทึกไว้จริง การที่จำเลยเพิ่มเติมสำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าว จึงมิได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดทั้งคดีไม่ได้ความว่าจำเลยกระทำไปโดยทุจริต การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
แต่การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับแจ้งการย้ายที่อยู่ ได้เพิ่มชื่อนายศฤงคารลงในสำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ 499/36ระบุว่าย้ายมาจากบ้านเลขที่ 20/1 เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและลงชื่อรับรองไว้ตามเอกสารหมาย จ.3 แผ่นที่ 4 ซึ่งเป็นความเท็จเพราะขณะนั้นนายศฤงคารยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ 20/1ตำบลวังบูรพาภิรมย์ อำเภอพระนคร โดยไม่ได้แจ้งการย้ายออกแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงเป็นการรับรองเป็นหลักฐานว่าได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้งดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 162(2) แห่งประมวลกฎหมายอาญา และการที่จำเลยได้เพิ่มชื่อนายศฤงคารเข้าในทะเบียนบ้านดังกล่าวโดยลงชื่อกำกับไว้เป็นการรับรองข้อเท็จจริงในเอกสารนั้นว่าเป็นความจริงตามที่จำเลยระบุเพิ่มไว้ ซึ่งถ้าไม่มีการรับรองข้อเท็จจริงเช่นว่านี้ก็ไม่อาจนำไปเป็นหลักฐานในการขอรับเงินประกันชีวิตของนายศฤงคารได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 162(4) แห่งประมวลกฎหมายอาญาด้วยการที่จำเลยรับรองเป็นหลักฐานเช่นว่านี้ แม้จะกระทำไปโดยไม่ทุจริตและไม่เกิดความเสียหาย ก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162(2)(4) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในบทมาตราดังกล่าวมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162 (2)(4) ให้จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ


