ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า นายเป้งกัง แซ่เบ๊ ได้ออกเช็คพิพาท 14 ฉบับ ชำระหนี้โจทก์ เช็คดังกล่าวธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยทั้งหกในฐานะทายาทของนายเป้งกังจึงต้องรับผิดขอให้บังคับจำเลยทั้งหกชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งหกทั้งสองสำนวนให้การและฟ้องแย้งในสำนวนแรกว่าเช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้แล้ว ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์คืนเช็คพิพาทแก่จำเลย

โจทก์สำนวนแรกให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เช็คพิพาทยังไม่ได้รับชำระหนี้ ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 6 ร่วมกันชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย แต่ไม่เกินจำนวนทรัพย์มรดกที่ได้รับจากผู้ตายให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยสำนวนแรก

จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 6 ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 5 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 5 อ้างว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003 นั้น เห็นว่า มาตรา 1003เป็นเรื่องผู้สลักหลังทั้งหลายฟ้องไล่เบี้ยกันเอง และฟ้องไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สั่งจ่าย แต่โจทก์ฟ้องโดยกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นผู้ทรงคนแรกได้สลักหลังโอนขายเช็คแก่ผู้อื่น เมื่อเช็ครับเงินไม่ได้จึงใช้เงินตามเช็คไปและรับเช็คกลับคืนมา โจทก์จึงกลับคืนสู่ฐานะผู้ทรงตามเดิมมิใช่ผู้สลักหลัง ฟ้องโจทก์จึงต้องใช้อายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1002

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเช็คจำนวน 14 ฉบับ ทั้งสองสำนวนซึ่งถึงกำหนดชำระเดือนพฤศจิกายน 2527 และเดือนกุมภาพันธ์ 2528เป็นเช็คเก่าซึ่งนายเป้งกังได้ออกเช็คชุดใหม่ให้โจทก์แทนไปแล้วจึงเป็นเช็คที่ไม่มีมูลหนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยที่ 5ในฐานะทายาทของนายเป้งกังให้รับผิดใช้เงินตามเช็คดังกล่าวคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยที่ 5 ฟังขึ้น คดีสองสำนวนนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 5 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 รับผิดในฐานะทายาทของนายเป้งกังใช้เงินตามเช็คดังกล่าวแก่โจทก์ ซึ่งเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้จำเลยที่ 5 ฎีกาแต่ผู้เดียว เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเช็คตามฟ้องโจทก์ไม่มีมูลหนี้ จำเลยที่ 5 ไม่ต้องรับผิด ศาลฎีกาจึงมีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยอื่นที่ไม่ได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245(1) ประกอบมาตรา 247

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 4428/2532 และหมายเลขแดงที่ 4429/2532 ของศาลชั้นต้นให้โจทก์คืนเช็คจำนวน 11 ฉบับ แก่จำเลยตามฟ้องแย้งของจำเลยสำนวนแรกนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th