ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายล้ำร่วมกันมีถ่านไม้ซึ่งเป็นของป่าหวงห้ามจำเลย 3.33 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองอันเกินกว่าปริมาณที่กำหนดให้บุคคลมีไว้ในครอบครองโดยไม่ต้องขอรับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานจับจำเลยพร้อมยึดถ่านไม้ดังกล่าวและรถยนต์ซึ่งใช้บรรทุกถ่านไม้ดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 29 ทวิ, 71 ทวิ, 74, 74 ทวิฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องให้ปรับ 2,000 บาทไม่ชำระค่าปรับบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ รถยนต์ของกลางไม่ริบแต่ให้ริบถ่านไม้ของกลาง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายล้ำเป็นเจ้าของถ่านไม้ของกลางและได้ครอบครองถ่านไม้ของกลางอยู่ด้วยตนเองในขณะเกิดเหตุ จำเลยแม้จะเป็นผู้ขับขี่รถยนต์ซึ่งบรรทุกถ่านไม้ก็เป็นแต่เพียงผู้รับจ้างนายล้ำบรรทุกเพื่อประโยชน์ที่จะได้รับค่าจ้าง เห็นได้ว่าจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการครอบครองถ่านไม้ของกลาง จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกระทำผิดกับนายล้ำตามฟ้อง ทั้งจำเลยไม่ทราบว่าของกลางเป็นของผิดกฎหมาย และโจทก์ไม่มีพยานมาสืบให้เห็นว่าขณะที่จำเลยขับบรรทุกถ่านไม้นั้น จำเลยได้รู้ว่านายล้ำไม่มีใบเบิกทางและนายล้ำครอบครองถ่านไม้เกินกว่าปริมาณที่กำหนดตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2526 จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนนายล้ำ สำหรับปัญหาเรื่องริบของกลางเห็นว่าเมื่อฟังได้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง รถยนต์ของกลางจึงมิใช่ทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำผิดจึงริบรถยนต์ของกลางไม่ได้
พิพากษายืน.
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

