ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและยืมบริภัณฑ์ของโจทก์ หลังจากทำสัญญาแล้วจำเลยที่ 1ได้ซื้อน้ำมันชนิดต่าง ๆ และรับผลิตภัณฑ์น้ำมันไปจากโจทก์หลายครั้งแต่ยังไม่ได้ชำระราคารวมเป็นเงิน 2,793,585.15 บาทต่อมาจำเลยที่ 2 ในฐานะเป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ 1 และเป็นมารดาของนายก้องเกียรติ กิจวิวัฒนกุล กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ (ที่ถูกคือหนังสือรับใช้หนี้แทน) ตกลงยินยอมชำระหนี้จำนวนดังกล่าวให้โจทก์และได้ออกเช็คธนาคารมหานคร จำกัด สาขานนทบุรี จำนวน 2,000,000 บาทและ 793,585.15 บาท มอบให้โจทก์ไว้เพื่อเรียกเก็บเงิน ต่อมาเมื่อโจทก์นำเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวเรียกเก็บเงินปรากฏว่าธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้งสองฉบับ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน2,961,200.26 บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยทำสัญญาเช่าสถานีบริการ และยืมบริภัณฑ์จากโจทก์ นายก้องเกียรติเป็นผู้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ไม่เคยสั่งซื้อน้ำมัน ไม่เคยรับน้ำมันหรือเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง หนังสือรับสภาพหนี้(ที่ถูกคือหนังสือรับใช้หนี้แทน) ตามฟ้องเป็นการรับสภาพหนี้ของนายก้องเกียรติ ไม่ใช่หนี้ของจำเลยที่ 1

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน2,793,585.15 บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกามีว่า จำเลยที่ 2จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 เริ่มต้นทำกิจการสถานีบริการน้ำมัน โดยทำสัญญาเช่าสถานีบริการน้ำมันกับโจทก์มีกำหนด 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2536 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2536 ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.4 ระบุว่าบริษัทเกียรติกมลปิโตรเลี่ยม จำกัด โดยนายก้องเกียรติกิจวิวัฒนกุล กรรมการเป็นผู้เช่าดำเนินการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงของโจทก์ แต่บริษัทจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2536 ตามเอกสารหมาย จ.3ใช้ชื่อว่า บริษัทเกียรติกมลบริการ จำกัด มีนายก้องเกียรติกิจวิวัฒนกุล เพียงผู้เดียวเป็นกรรมการ แสดงให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงแห่งนี้มีนายก้องเกียรติเป็นผู้ดำเนินกิจการรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวจำเลยที่ 2 เป็นมารดาของนายก้องเกียรติซึ่งเป็นผู้เริ่มกิจการโดยร่วมกันก่อตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 ขึ้นมา แม้หนังสือรับใช้หนี้แทนเอกสารหมาย จ.29 จะเขียนว่านายก้องเกียรติกิจวิวัฒนกุล เป็นหนี้บริษัทคูเวตปิโตรเลี่ยม (ประเทศไทย) จำกัดก็ย่อมหมายความถึงหนี้ของจำเลยที่ 1 ซึ่งสั่งซื้อน้ำมันโดยนายก้องเกียรตินั่นเอง ทั้งนี้เพราะนายก้องเกียรติเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เองก็เบิกความยอมรับว่า นายก้องเกียรติเป็นผู้ดำเนินกิจการปั๊มน้ำมันที่เช่าจากโจทก์ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมีความเชื่อมโยงแจ้งชัดไม่มีข้อสงสัยแต่ประการใด ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th