ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 61 วรรคหนึ่ง, 73/2 และริบรถบรรทุกพ่วง หมายเลขทะเบียน 84 - 1872 สุพรรณบุรี และตัวรถกึ่งพ่วง หมายเลขทะเบียน 84 - 1873 สุพรรณบุรี ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้คืนรถบรรทุกพ่วงและตัวรถกึ่งพ่วงของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถบรรทุกพ่วง หมายเลขทะเบียน 84 - 1872 สุพรรณบุรี และตัวรถกึ่งพ่วง หมายเลขทะเบียน 84 - 1873 สุพรรณบุรี ของกลาง จำเลยเป็นลูกจ้างผู้ร้อง วันเกิดเหตุจำเลยนำรถบรรทุกพ่วงและตัวรถกึ่งพ่วงของกลางไปบรรทุกมันสำปะหลังไปส่งที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ในทางการที่จ้าง ระหว่างทางเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยในข้อหาใช้ยานพาหนะบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถบรรทุกพ่วงและตัวรถกึ่งพ่วงของกลาง

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องและนางสาวนงลักษณ์ประกอบกิจการขนส่งสินค้าทางการเกษตรร่วมกัน การที่ผู้ร้องนำสืบโดยอ้างว่าได้มีการกำชับมิให้จำเลยนำรถบรรทุกพ่วงและตัวรถบรรทุกพ่วงไปใช้ผิดกฎหมายหรือบรรทุกน้ำหนักเกินแล้ว ก็เป็นเพียงวิธีการควบคุมเบื้องต้นและเป็นเรื่องภายในระหว่างผู้ร้องกับจำเลยเท่านั้น แต่ผู้ร้องยังมีหน้าที่ตรวจตราโดยหาวิธีอื่นมาควบคุมมิให้จำเลยบรรทุกน้ำหนักเกิน ส่วนการที่ผู้ร้องนำสืบโดยอ้างว่า ก่อนจำเลยจะนำรถบรรทุกพ่วงและตัวรถกึ่งพ่วงของกลางไปแล่นบนทางหลวงแผ่นดินจำเลยได้นำรถบรรทุกพ่วงและตัวรถกึ่งพ่วงของกลางไปชั่งน้ำหนักที่ลานมันทรัพย์สมบูรณ์ แล้วน้ำหนักไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้น ผู้ร้องคงมีเพียงจำเลยเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมาสืบสนับสนุนว่าได้มีการตรวจชั่งน้ำหนักจริงดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ทั้งที่นางสาวนงลักษณ์ก็เบิกความรับว่าจำเลยจะต้องมีใบชั่งน้ำหนักมาแสดงแก่พยาน และแม้หากจะฟังได้ว่ามีการนำรถบรรทุกพ่วงและตัวรถกึ่งพ่วงของกลางไปตรวจชั่งน้ำหนักจริงก็ตาม แต่การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างให้จำเลยไปตรวจน้ำหนักรถบรรทุกพ่วงและตัวรถกึ่งพ่วงของกลางที่สถานที่ตรวจชั่งน้ำหนักของเอกชนซึ่งมีมาตรฐานแตกต่างกับทางราชการจนทำให้มีการบรรทุกน้ำหนักเกินไปถึง 800 กิโลกรัมนั้นก็ส่อแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องปล่อยปละละเลยจนทำให้จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างขับรถบรรทุกพ่วงและตัวรถกึ่งพ่วงของกลางบรรทุกมันสำปะหลังน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อันถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1804/2562

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th