ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้โจทก์ ๆ ได้วางเงินมัดจำไว้บ้างแล้ว ในสัญญามีว่าถ้าผู้ขายไม่ขายให้ผู้ซื้อ ผู้ขายจะยอมให้ปรับ ฯลฯ ครั้นเมื่อถึงกำหนดจึงไปทำสัญญาซื้อขายกันที่หอทะเบียน เจ้าพนักงานบอกว่าที่ดินบางส่วนขายให้ไม่ได้ เพราะได้มีพระบรมราชวินิจฉัยจัดแบ่งให้ราษฎร โจทก์จึงฟ้องเป็นความแพ่งแลอาชญาปนกันว่าจำเลยหลอกลวงขายที่ให้โจทก์ขอให้ลงโทษแลเรียกค่าเสียหาย ฐานผิดสัญญา

ศาลล่างทั้งสองตัดสินให้ใช่ค่าเสียหายตามสัญญาตาม ป.พ.พ.ม.๓๗๙ และให้คืนเงินมัดจำส่วนข้อหาทางอาชญาให้ยกฟ้อง เพราะสืบเจตนาทุจริตไม่ได้

ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้ โจทก์ฟ้องความแพ่งแลอาชญาปนกัน เมื่อยกฟ้องอาชญาของโจทก์ ฟ้องของโจทก์ในคดีแพ่งก็ยังคงเป็นฟ้องอยู่ ศาลพิจารณาต่อไปได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยยอมขายสัญญาแต่ขายไม่ได้ เพราะเจ้าพนักงานไม่ยอมทำสัญญาดังนี้ จำเลยก็คงเป็นฝ่ายผิดสัญญาในฐานที่ตนไม่มีสิทธิบริบูรณ์ในที่ดินที่จะขาย โจทก์มีอำนาจเรียกค่าเสียหายได้แต่ไม่ใช่ค่าเสียหายตามข้อสัญญาที่ตกลงกัน เป็นค่าเสียหายอื่น ๆ ที่โจทก์ได้เสียไป และจะยกเอา ป.พ.พ.ม. ๓๗๙ มาปรับแก่คดีไม่ได้ เพราะเรื่องไม่เข้าบทประมวลแพ่งฯที่กล่าวแล้ว ส่วนค่าเสียหายโจทก์ก็สืบไม่ได้ว่าได้ลงทุนอะไรไปบ้าง จึงตัดสินแก้ศาลล่างให้จำเลยคืนเงินมัดจำให้โจทก์กับดอกเบี้ยนับแต่วันรับเงินมัดจำจนกว่าจะนำเงินวางศาล

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th