ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสองไว้เด็ดขาดแล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2541 กรมสรรพากรเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีอากรจำนวน23,204,692.20 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสอง รายละเอียดตามบัญชีท้ายคำขอรับชำระหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน23,196,686.95 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสอง โดยให้ได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 130(6) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 จำนวน 512,582.94 บาท นอกจากนั้นให้ได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 130(8) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483ส่วนภาษีส่วนท้องถิ่นจำนวน 8,005.25 บาทนั้น ไม่อาจพิจารณาให้ได้เนื่องจากลูกหนี้ทั้งสองมิใช่คณะบุคคลหรือนิติบุคคลที่ต้องชำระภาษีส่วนท้องถิ่น จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน

เจ้าหนี้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2533 ลูกหนี้ทั้งสองขายที่ดินอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ในราคา 11,157,143 บาท จึงมีหน้าที่ต้องชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 56และมาตรา 78 แต่ลูกหนี้ทั้งสองมิได้ยื่นแบบแสดงรายการชำระหนี้ดังกล่าว เจ้าหนี้จึงประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เบี้ยปรับพร้อมเงินเพิ่มจำนวน 20,160,276 บาท ภาษีการค้า เบี้ยปรับ เงินเพิ่มและภาษีส่วนท้องถิ่นจำนวน 1,630,142 บาท และได้แจ้งการประเมินให้ลูกหนี้ทั้งสองทราบแล้ว โดยส่งไปที่บ้านเลขที่ 9/35 หมู่ที่ 7 แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของลูกหนี้ทั้งสอง แต่ลูกหนี้ทั้งสองมิได้ชำระภาษีแก่เจ้าหนี้และมิได้อุทธรณ์การประเมินจึงเป็นหนี้เด็ดขาด คดีมีปัญหาวินิจฉัยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาเจ้าหนี้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ภาษีส่วนท้องถิ่นจำนวน8,005.25 บาท หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา 112(1) และเทศบัญญัติของเทศบาลนครกรุงเทพ เรื่อง การจัดเก็บภาษีอากร และค่าธรรมเนียมบางประเภท(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497 ข้อ 3 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าการค้า ซึ่งสถานการค้าอยู่ในเขตเทศบาล ให้ผู้ประกอบการค้ามีหน้าที่เสียภาษีเพิ่มเพื่อเทศบาลอีกในอัตราร้อยละ 10 ของอัตราภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรความมุ่งหมายของบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้สถานการค้าในเขตเทศบาลนครกรุงเทพหรือกรุงเทพมหานครมีหน้าที่ต้องชำระภาษีเพิ่มเพื่อเทศบาลเมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ลูกหนี้ทั้งสองขายที่ดินไป1 แปลง โดยไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ทั้งสองมีสถานการค้า จึงต้องถือว่าบ้านเลขที่ 9/35หมู่ที่ 7 แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของลูกหนี้ทั้งสองเป็นสถานการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77 (เดิม)เมื่อสถานการค้าดังกล่าวอยู่ในเขตเทศบาลนครกรุงเทพหรือกรุงเทพมหานครลูกหนี้ทั้งสองจึงมีหน้าที่ต้องชำระภาษีส่วนท้องถิ่น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ภาษีส่วนท้องถิ่นจำนวน 8,005.25 บาท นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของเจ้าหนี้ฟังขึ้นอนึ่ง ภาษีส่วนท้องถิ่นดังกล่าวเป็นภาษีที่คำนวณมาจากเงินเพิ่มภาษีการค้าจำนวน 80,052.50 บาท ในอัตราร้อยละ 10 เมื่อเงินเพิ่มจำนวน 35,145 บาทถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน ก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ภาษีส่วนท้องถิ่นจำนวน 3,514.50 บาท จึงอยู่ในลำดับที่จะได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 130(6)แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ส่วนเงินเพิ่มที่เหลือจำนวน44,907.50 บาท ถึงกำหนดชำระเกินกว่า 6 เดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ภาษีส่วนท้องถิ่นจำนวน 4,490.75 บาท จึงอยู่ในลำดับที่จะต้องได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 130(8)(เดิม) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ภาษีส่วนท้องถิ่นจำนวน 8,005.25 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสองด้วย โดยให้ได้รับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 130(6) จำนวน3,514.50 บาท และตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130(8)(เดิม) จำนวน 4,490.75 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th