ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วลักเอาหน้าดินของโจทก์ไป โดยเจตนาทุจริตขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) ประกอบวรรคสอง (ที่ถูกมาตรา 335(1)วรรคแรก) ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 10,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และปรากฏว่าจำเลยได้นำดินมาถมที่ดินพิพาทเต็มแล้ว เป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปีปรับ 5,000 บาท จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบธุรกิจการงานเป็นหลักฐานมีส่วนช่วยเหลือทำประโยชน์ต่อสังคม มีเหตุอันควรปรานี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

โจทก์ฎีกาขอไม่ให้รอการลงโทษ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติว่า ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยได้ลักเอาดินของโจทก์โดยจำเลยให้คนงานนำรถแทรกเตอร์เข้าไปขุดตักเอาหน้าดินในที่ดินของโจทก์ลึกประมาณ 3 เมตรยาวประมาณ 115 เมตร กว้างประมาณ 15 เมตร ไปจำนวน 5,175 ลูกบาศก์เมตรปัญหาตามฎีกาของโจทก์มีว่า คดีมีเหตุรอการลงโทษให้จำเลยดังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า จำเลยมีอาชีพจัดสรรที่ดินและบ้าน จำเลยซื้อที่ดินพิพาทโดยใส่ชื่อนางสาวสายใจ โรจนสุรศักดิ์ภรรยาน้อยของจำเลยเพื่อใช้ในธุรกิจการจัดสรร ต่อมาเมื่อเดือนมกราคม 2528 จำเลยให้นางสาวสายใจขายฝากที่ดินพิพาทแก่โจทก์มีกำหนด 6 เดือน แล้วมิได้ไถ่คืนในกำหนด ที่ดินพิพาทไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะเพราะอยู่ในวงล้อมของที่ดินจำเลย จำเลยได้ขุดตักดินในที่ดินของจำเลยรอบ ๆ ที่ดินพิพาท เพื่อนำไปถมที่ดินจัดสรรโครงการอื่นแล้วพยายามขอซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ในราคาต่ำ แต่โจทก์ไม่ยอมขาย ต่อมาจึงเกิดเหตุในคดีนี้ เห็นได้ว่านอกจากจำเลยจะขุดเอาดินของจำเลยที่อยู่รอบ ๆ ที่พิพาทอันเป็นเหตุให้ที่ดินพิพาทราคาตกต่ำ แล้วขอซื้อแบบกดราคา เมื่อโจทก์ไม่ยอมขายก็มาลักเอาดินของโจทก์ไปแม้จำเลยจะประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดินหลายโครงการ แต่ก็ส่อให้เห็นได้ว่าเป็นการประกอบธุรกิจที่มุ่งเอาแต่ได้โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ในการกระทำความผิดดังกล่าว จึงยังไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้จำเลย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่รอการลงโทษให้ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่โทษที่ศาลอุทธรณ์กำหนดไว้นั้นสูงเกินไป เห็นสมควรกำหนดให้ต่ำลงโดยไม่ปรับอีกสถานหนึ่ง"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และปรากฏว่าจำเลยได้นำดินมาถมที่ดินพิพาทเต็มแล้วเป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งความผิด มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย6 เดือน โดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษให้จำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th