ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยถมดินและปลูกสร้างอาคารรุกล้ำที่ดินโจทก์11 ตารางวา ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำ ห้ามเกี่ยวข้อง และให้ใช้ค่าเสียหาย

จำเลยต่อสู้ว่าปลูกสร้างบ้านและถมดินโดยสุจริต

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยรุกล้ำที่ดินโจทก์โดยสุจริต บังคับให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนและใช้ค่าเสียหายไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิคู่ความที่จะดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของผู้อื่นโดยไม่สุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 นั้นหมายความว่า ผู้สร้างโรงเรือนต้องรู้ในขณะสร้างว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของคนอื่น จึงจะเรียกได้ว่าไม่สุจริต หากผู้สร้างเข้าใจว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของตนจึงสร้างโรงเรือนรุกล้ำไป ครั้นต่อมาจึงทราบว่าที่ตรงรุกล้ำนั้นไม่ใช่ของตน ต้องถือว่าเป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ขณะโจทก์ทำรั้ว โจทก์ก็ยังไม่ทราบแนวเขตที่ดินของโจทก์ ต่อมาโจทก์ต้องการแบ่งแยกที่ดินด้านตะวันตกให้นางเชื้อทิพย์ ขอให้พนักงานที่ดินมารังวัดจึงทราบว่าจำเลยรุกล้ำที่ดิน จำเลยได้ถมดินและปลูกอาคารเข้ามาในเขตที่ดินโจทก์จริงแต่โดยสุจริต เพราะจำเลยเข้าใจหลักหินทางทิศเหนือผิดไป โดยเข้าใจว่า เป็นเขตที่ดินของจำเลยที่จำเลยอาศัยหลักหินนั้นถมดิน กลายเป็นหลักหินของเจ้าของที่ดินอีกคนหนึ่งต่างหาก

ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 ผู้สร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตบุคคลนั้นเป็นเจ้าของโรงเรือนที่สร้างขึ้น ปรากฏว่าครัวที่จำเลยสร้างรุกล้ำเป็นส่วนหนึ่งของอาคารโรงเรือนของจำเลย จึงถือว่า ส่วนที่รุกล้ำเป็นโรงเรือนตามกฎหมาย เมื่อเป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำโดยสุจริต จำเลยก็เป็นเจ้าของโรงเรือนนั้น ซึ่งโจทก์ไม่อาจฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อถอนครัวนั้นได้ แม้จำเลยจะมิได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ให้จดทะเบียนภารจำยอมตามมาตรา 1312 ก็ตาม แต่ตามมาตรา 1312 เฉพาะตัวโรงเรือนที่สร้างรุกล้ำเท่านั้น ที่ได้รับความคุ้มครองสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาคาร เช่นการถมดินเข้ามา เป็นต้น หาได้รับการคุ้มครองด้วยไม่ จำเลยไม่มีสิทธิถมดินรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์แม้จะโดยสุจริตก็ตาม

พิพากษาแก้ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทส่วนอื่น ๆ นอกจากตัวอาคาร และกำหนดให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 30 บาทนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทนอกตัวอาคารนอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th