ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ โจทก์นำยึดที่ดิน 1 แปลงเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องร้องขอให้ปล่อยการยึด ศาลชั้นต้นให้ถอนการยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเชื่อว่าเงินที่ใช้ในการซื้อที่พิพาททั้งหมดเป็นของจำเลยหรืออยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย จำเลยเป็นผู้ซื้อที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง โดยลงชื่อผู้ร้องเป็นผู้ซื้อและเป็นเจ้าของศาลฎีกาเห็นว่า การยกที่พิพาทให้ผู้ร้อง จำเลยกระทำหลังจากที่ศาลได้พิพากษาให้จำเลยต้องรับผิด คือ ชำระหนี้ให้โจทก์เป็นเงินหนึ่งหมื่นแปดร้อยบาทแล้ว ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยมีทรัพย์สินอื่นอีก ดังนี้ การที่จำเลยซื้อที่พิพาทให้ผู้ร้อง จึงเป็นการกระทำที่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้โจทก์กระทำลงโดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ เป็นการฉ้อฉลโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 โจทก์มีสิทธินำยึดที่พิพาทมาดำเนินการบังคับคดีเอาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้ ที่ผู้ร้องฎีกาว่า คดีนี้เป็นกรณีที่นายเก๋าขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง จำเลยเพียงแต่เป็นผู้กระทำนิติกรรมแทนผู้ร้อง ไม่เป็นการฉ้อฉลเจ้าหนี้นั้น ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th