ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาด จำเลยทั้งสองยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย และที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติพิเศษยอมรับคำขอประนอมหนี้แล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงรายงานขอให้ศาลพิจารณาคำขอประนอมหนี้ต่อไป

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านคำขอประนอมหนี้ ขอให้มีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยการประนอมหนี้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ของจำเลยทั้งสอง

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำขอประนอมหนี้เสีย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 52 วรรคสองบัญญัติว่า เจ้าหนี้ที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้วมีอำนาจคัดค้านต่อศาลได้ ถึงแม้จะได้เคยออกเสียงลงมติยอมรับไว้ในที่ประชุมเจ้าหนี้ก็ตาม คดีนี้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้ว แต่ไม่ได้เข้าประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกจึงไม่ได้คัดค้านการประนอมหนี้ แต่ได้ยื่นคำคัดค้านการประนอมหนี้ไว้ก่อนศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ ผู้คัดค้านย่อมมีอำนาจอุทธรณ์ได้ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

จำเลยทั้งสองฎีกาข้อต่อไปนั้นได้ความจากจำเลยที่ 1 ให้การต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการสอบสวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินตามสำนวนกลางของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ปัจจุบันจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ที่เป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ไม่ได้ทำบัญชีแสดงกิจการต้นทุนกำไรย้อนหลังไป 3 ปีนับแต่วันถูกพิทักษ์ทรัพย์ และจำเลยที่ 2 ให้การต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าปัจจุบันจำเลยที่ 2 ไม่มีทรัพย์สินส่วนตัวที่มิได้ใช้ในการประกอบธุรกิจ ภริยาจำเลยที่ 2 ไม่ได้ประกอบอาชีพและไม่มีทรัพย์สินจำเลยที่ 2 อาศัยอยู่กับนายอนุสรณ์ อัศวไชยวงศ์ เจ้าหนี้รายที่ 10โดยไม่เสียค่าเช่าและในการประกอบกิจการค้าขาย จำเลยที่ 2ไม่ได้ทำบัญชีแสดงการขาดทุนกำไรแต่อย่างใด ดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าก่อนล้มละลายจำเลยทั้งสองมีสินทรัพย์ไม่พอกับหนี้สินและไม่สามารถนำบัญชีและงบดุลประจำปีมาแสดงต่อศาลได้สำหรับระยะเวลา 3 ปีก่อนล้มละลายโดยไม่มีเหตุสมควรอันต้องด้วยข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยทั้งสองได้ขืนกระทำการค้าขายต่อไปอีกโดยรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 74(2) (ข) เมื่อฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ขืนกระทำการค้าขายต่อไปอีก โดยรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถจะชำระหนี้ได้ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่ให้ศาลสั่งตามมาตรา 72 ได้ ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 73(3) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่เห็นชอบด้วยคำขอประนอมหนี้ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th