ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ไป 1,800 บาทโดยสัญญาจะใช้ภายใน 3 เดือน และได้ขอกู้เพิ่มเติมอีก 1,399 บาทโดยใช้สัญญาเดิมเขียนเติมเป็น 3,199 บาท โดยมิได้แก้ตัวอักษรให้ตรงตัวเลข ต่อมาจำเลยบิดพริ้วไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์จริงตามฟ้อง แต่ได้รับผ้า 6 พับไปแทนเงิน 1,800 บาท เท่ากับยินยอมรับสิ่งของแทนจำนวนเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 วรรคแรก จำเลยจึงต้องชำระหนี้ให้โจทก์ ส่วนหนี้อีกรายหนึ่งนั้นเห็นด้วยกับศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง

จำเลยฎีกาคัดค้านว่า สัญญากู้รายนี้เป็นนิติกรรมอำพรางตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 ศาลไม่ควรบังคับให้จำเลยใช้

คดีคงมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะเงินกู้เดิม 1,800 บาท ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยจะรับผ้า 6 พับของโจทก์ไปขาย โจทก์ไม่เชื่อใจ จึงให้จำเลยทำสัญญากู้ฉบับนี้ให้ไว้ รูปเรื่องเข้าลักษณะรับสิ่งของแทนเงิน หาใช่นิติกรรมอำพรางตามฎีกาจำเลยไม่ และคู่กรณีก็มิได้มีเจตนาทำสัญญานี้ขึ้นเพื่อจะลวงผู้ใดเลย เมื่อฟังว่าเป็นสัญญากู้อันถูกต้องแล้ว จำเลยนำสืบการใช้เงินตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 653 วรรค 2 ไม่ได้ก็ต้องแพ้คดีจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />