ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสี่ชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ไม่ชำระโจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 126287 พร้อมบ้านเลขที่ 16/12 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวของจำเลยที่ 3ที่จำนองเป็นประกันหนี้เพื่อขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินและบ้านดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 3 กับผู้ร้อง ผู้ร้องจึงมีกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่งจำเลยที่ 3 เป็นหนี้โจทก์โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นยินยอม ขอให้กันส่วนของผู้ร้องออก

โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทบ.เกียรติชัยคอนสทรัคชั่น จำกัด นำที่ดินโฉนดเลขที่ 126287 พร้อมบ้านเลขที่ 16/12 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวไปจำนองเป็นประกันหนี้ของบริษัทเพิ่มสิน จำกัดเพราะบริษัทดังกล่าวกับบริษัทบ.เกียรติชัยคอนสทรัคชั่น จำกัดร่วมทำงานรับเหมาก่อสร้างทางจากกรมทางหลวงเพื่อแบ่งผลประโยชน์กัน โดยผู้ร้องรู้เห็นยินยอมในการจดทะเบียนจำนองจึงเป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยที่ 3 กับผู้ร้อง

ศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ยก คำ ร้อง

ผู้ร้อง อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

ผู้ร้อง ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าที่ดินตามโฉนดเลขที่ 126287 ตำบลปากเกร็ด (สีกัน) อำเภอปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี พร้อมบ้านเลขที่ 16/12 ที่ปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวซึ่งโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดมาเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ที่จำเลยที่ 3 กับพวกร่วมกันเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษานั้นเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 3 กับผู้ร้องที่ผู้ร้องยินยอมให้จำเลยที่ 3 นำไปจำนองค้ำประกันหนี้ในการประกอบธุรกิจของจำเลยที่ 3 และผู้ร้องกับพวกไว้ต่อโจทก์โดยจำเลยที่ 3 กับผู้ร้องเป็นลูกหนี้ร่วม และคดีนี้ โจทก์มิได้ฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยที่ 3 และพวกด้วย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาไว้เพียงข้อเดียวว่า โจทก์มิได้ฟ้องผู้ร้อง ผู้ร้องมีสิทธิกันส่วนในสินสมรสที่ถูกยึดไว้หรือไม่เห็นว่า หนี้คดีนี้เป็นหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1490 ซึ่งจำเลยที่ 3 และผู้ร้องจะต้องร่วมกันรับผิดในฐานะลูกหนี้ร่วม โจทก์จึงชอบที่จะบังคับชำระหนี้จากสินสมรสได้ทั้งหมดเมื่อจำเลยที่ 3 นำที่ดินและบ้านพิพาท ซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 3 กับผู้ร้องไปจำนองเป็นประกัน โจทก์จึงมีสิทธิที่จะบังคับชำระหนี้จากที่ดินและบ้านพิพาทอันเป็นสินสมรสได้ทั้งหมดโดยไม่จำต้องฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1489 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนของตน

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th