ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้ง 4 คนสมคบกันใช้ขวาน และมีด ไม้ตะบองทำร้ายนายบิน นายทับถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 จำคุกคนละ15 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า นายแพว นายเภาจำเลยเป็นบุตรชายนายทับ นายบินฝ่ายหนึ่ง และนายทับฝ่ายหนึ่ง แต่ละฝ่ายมีพรรคพวกเข้าร่วมมือต่อสู้ทำร้ายกันโดยใจสมัครเพราะมีการท้าทายและต่างมีอาวุธจากบนเรือนลงไปยังพื้นดิน แล้วต่อสู้กัน ต่างฝ่ายต่างมีบาดแผลนายทับถูกบาดเจ็บที่คอเป็นบาดแผลฉกรรจ์มากถึงตายแผลเดียวเท่านั้น ก็ไม่สามารถต่อสู้ต่อไปได้นายบินมีบาดแผลถึง 10 แผลน่าเชื่อว่า พวกของนายทับคือจำเลยเป็นผู้กลุ้มรุมทำร้าย
ตามคำพยานโจทก์ นายวนจำเลยมีขวาน นายแพวมีมีดซุย นายทนมีมีดซุยนายเภามีไม้ตะบอง บาดแผลของนายบินล้วนแต่ปากแผลเรียบ แพทย์ลงความเห็นว่าถูกอาวุธของแข็งมีคม ไม่มีรอยแผลถูกตีจึงไม่น่าเชื่อว่านายเภาจำเลยได้ใช้ไม้ตะบองตีนายบิน ส่วนนายวน นายแพว นายทนจำเลยน่าเชื่อว่าได้ใช้อาวุธทำร้ายนายบินจริง
รูปคดีไม่แน่นักว่าเจตนาจะฆ่ากัน จำเลยต่างคนต่างวิ่งมาช่วยในเวลาเกิดเหตุ อาจจะทำไปโดยหนักมือบ้าง เบามือบ้าง ควรวางโทษนายวน นายแพว นายทนจำเลย ฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 251
นายแพวจำเลยจะแก้ตัวว่าทำเพื่อป้องกันบิดาไม่ได้ เพราะบิดาตนสมัครใจเข้าต่อสู้และทำร้ายกับนายบินซึ่งเป็นฝ่ายผิดเหมือนกัน
พิพากษาแก้ให้ลงโทษนายวน นายแพว นายทนจำเลย ตามมาตรา 251มีบันทึกกฎหมายลักษณะอาญา ให้จำคุกคนละ 7 ปี ปล่อยนายเภาจำเลยไป
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

